6.10.2554

เห่อ & Swatch เซ็ทสุดคุ้มจาก NARS

สวัสดีค่าทุกคน :D
เดือนนี้เป็นเดือนของลิปจริงเพราะเราไปสอยลิปมาอีกแล้ว
หลังจากคราวที่แล้วทำรีวิวลิปกลอสไปหยกๆ 

เราเพิ่งไปสอยเซ็ทลิปสุดคุ้มของNARSมาค่ะ  ชื่อเซ็ท Makeup Your Mind : Express Yourself Lips
ถ้าปกติซื้อลิปทั้งหมดในเซ็ททั้ง4แท่งตอนที่ยังไม่จัดเซ็ทจะราคา 3,800 บาทค่ะแต่พอจัดเป็นเซ็ทแล้วเหลือราคา 2,250 บาท ไม่สอยไม่ได้แล้วสีสวยๆทั้งนั้นเลยในเซ็ท : )

ใครอยากดูภาพขยายจากหน้าเว็บคลิกที่รูปได้เลยนะคะ
อารัมภบทมามากละ มาชมกันเลยดีกว่าเนอะ

หน้ากล่อง


 หลังกล่อง ลิปทุกแต่งมีอายุ24เดือน(ดูได้จากสัญลักษณ์24M)หลังเปิดใช้นะคะ


 ราคา+ข้อมูลของลิปแต่ละแท่ง


 เปิดกล่องออกมาแล้วก็พบโฉมงามทั้ง4  ..



 ทีนี้เรามาดูswatchสีแต่ละแท่งกันค่ะ


จากซ้ายไปขวานะคะ

1.NARS Pure Matte Lipstick สี Bangkok : ลิปเนื้อแมทสีชมพูกลีบบัว ตัวนี้อยากได้นานแล้วได้โอกาสสอยซะที แต่เพราะเป็นเนื้อแมทอาจทำให้ปากแห้งก็ควรต้องทาบำรุงดีๆก่อนทาลิปตัวนี้ค่ะ

2. NARS Velvet Matte Lip Pencil สี Dolce Vita : เรามีบลัชออนสีDolce Vitaนี้พอดี ติดใจสีบลัชออนเค้ามาก สีแดงตุ่นๆอมน้ำตาลนิดๆทาแล้วดูแก้มแดงธรรมชาติแบบดูสุภาพดีค่ะ สีลิปก็สวยไม่แพ้กัน เหมาะกับคนอยากทาลิปโทนแดงแต่ไม่แปร๊ด เนื้อลิปเป็นเนื้อแมทนะคะ

3.NARS Lipgloss สี Orgasm : เราไม่ค่อยกลิ่นลิปกลอสนาร์สเท่าไร แต่สีลิปกลอสตัวนี้ก็สวยดีค่ะ

4.NARS Lipstick สี Roman Holiday : สีนี้ตอนแรกมองดูจากแท่ง ก็คิดว่ามันชมพูไปป่าว แต่ปาดออกมาแล้วกรี๊ดเลยค่ะ สีสวยหวานมาก เนื้อลิปจะบางเบาไม่หนาให้ความชุ่มชื่นแล้วดูวาวๆหน่อยค่ะ


=> เรื่องความติดทนขอยกให้สี Bangkok กับ Dolce Vita เลยค่ะ เพราะว่าตอนเราปาดสีลงบนหลังมือเพื่อถ่ายรูป พอเสร็จจากนั้นก็ไปอาบน้ำแต่ลืมเอาคลีนซิ่งเช็ดลิปที่ปาดไว้ที่หลังมือ พออาบน้ำเสร็จนึกขึ้นได้ยกหลังมือมาดูสีอื่นออกไปหมดละ เหลือแค่สี Bangkok กับ Dolce Vita จางลงนิดนึงจากตอนแรกแต่ยังติดอยู่ค่ะ 




จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะ ♡  ♡ 



6.07.2554

Review ★★ ลิปกลอสดีๆที่ไม่เหนียวเหนอะค่ะ Revlon // CHANEL

สวัสดีค่า เราเพิ่งไปสอย Lip Gloss แท่งใหม่มาลองใช้แล้วเราชอบมากค่ะ อยากมารีวิวเผื่อเป็นข้อมูลสำหรับใครที่กำลังจะตัดซื้อ Lip Gloss หรือกำลังสนใจ Lip Gloss รุ่นที่เรารีวิวอยู่ แล้วทีนี้ก็เลยถือโอกาสเอาลิปกลอสอันเก่าตัวนึงที่ใช้อยู่นั่นคือ Chanel มารีวิวด้วยเลยค่ะ ^^ 


เริ่มจากลิปกลอสที่ไปสอยมาสดๆร้อนๆ นั่นก็คือRevlon รุ่น Colorburst ค่ะเมืองไทยเอาเข้ามาขาย 10 สี 
สีที่สอยมาชื่อสี "Crystal Lilac/Lilas cristallin" เบอร์002 มายลโฉมกันเลยค่ะ 





รุ่นนี้เราชอบที่เป็นลิปสีชมพูเหลือบม่วง สีสวยเก๋มว๊ากกค่ะ รูปข้างบนไม่ค่อยเห็นความเหลือบม่วงเท่าไรเดี๋ยวจะโชว์ให้ดูในรูปข้างล่างนะคะ เห็นเหลือบม่วงกันบ้างมั้ยเอ่ย กล้องเราจับความเหลือบๆไม่เก่งเลย =*=




ที่ทาเป็นแบบนี้ค่ะเหมือนลิปกลอสทั่วไป 
แต่ตรงปลายที่ไว้สำหรับทาสามารถโค้งงอได้ไปตามการทาของเรา






swatchสีออกมาแล้วได้ประมาณนี้ค่ะ จะเห็นวิ๊งๆสีม่วง+วิ๊งสีเงิน วิ๊งละเอียดกำลังดีค่ะ
(กดคลิกไปทีรูปจะเห็นแบบซูมๆวิ๊งชัดๆค่ะ)


REVIEW : ตัวแท่งแพคเกจสวยงาม  สีชมพูนู้ดๆเหลือบม่วงทาเดี่ยวๆลงบนปากแล้วทำให้ปากดูวาวๆเป็นสีชมพูสว่างขึ้นแล้วก็เห็นความเหลือบม่วงนิดๆค่ะ ทาทับลิปก็เพิ่มความเก๋ให้ลิปได้ไม่เบานะคะ เนื้อลิปทาไปแล้วให้เม็ดสีที่ชัดเจนพอสมควรแล้วก็ให้ความทึบปิดสีริมฝีปากได้เล็กน้อยค่ะ เรื่องความติดทนก็ไม่ค่อยติดทนตามประสาลิปกลอส แต่ว่าถึงความวาวของลิปกลอสจะหลุดไปแต่พวกวิ๊งๆสีม่วงก็ยังติดอยู่บ้างค่ะ 

ปริมาณ : 5.9ml

สิ่งที่ชอบ 
- เนื้อลิปกลอสไม่เหนียวเหนอะแล้วก็ให้ความชุ่มชื่นดีค่ะ
- สีนี้ถูกใจเรามากก สีชมพูนู้ดๆเหลือบม่วง ใช่เลย!
- ความวิ๊งกำลังดี เราไม่ชอบวิ๊งใหญ่โตเกินไป อันดีวิ๊งละเอียดกำลังดีเลยค่ะ
- ราคาไม่แพงถ้าเทียบกับปริมาณและคุณภาพ เรื่องราคานี่ถ้าซื้อที่ Boots/Watson ก็350บาทค่ะ แต่เราซื้อที่เคาน์เตอร์ที่ฟิวเจอร์ฯรังสิตโซนโรบินสันได้ลด15% เหลือ297บาทค่ะ คุ้มมากค่ะวันหลังว่าจะไปสอยมาอีกซักสี ฮี่ๆ :D
-ชอบที่ปากขวดของลิปกลอสยาวมาก เวลาดึงทาที่เข้าออกทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องลิปกลอสเลอะเทอะตรงปากขวดกับฝาเท่าไร ใครนึกภาพไม่ออกลองดูรูปข้างล่างค่ะ




สิ่งที่ไม่ชอบ 
-ลองดมๆดูแล้วไม่ค่อยชอบกลิ่นเท่าไรนักค่ะ แต่ว่าก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมายเพราะพอทาไปก็ไม่ได้กลิ่นอะไรค่ะ
-ที่ทา คือเราชอบที่ทาแบบแปรงพู่กันมากกว่า เพราะที่ทาแบบนี้เวลาปาดทับลิปที่ทาไว้บนปากจะทำให้ 
ลิปทาไว้เสียหายเลือนหรือจางออกค่ะ แต่ก็สามารถแก้ไขโดยปาดเนื่อลิปกลอสลงบนSpatulaแล้วค่อยใช้แปรงทาปากทาทับลิปสติกก็ได้ค่ะ



  


มาถึงลูกรักตัวเก่านะคะ Chanel รุ่น aqualumiere สีเบอร์687 ตัวนี้เราใช้มานานพอสมควรแล้วค่ะประมาณ9-10เดือนได้ละ ซื้อตั้งแต่ปีที่แล้วตอนนั้นChanelยังไม่ปรับราคาขึ้นเลย ตอนนี้ไม่รู้ขึ้นราคาแล้วลิปกลอสตัวนี้ปรับราคาเป็นเท่าไรแล้ว  แล้วเหมือนได้ข่าวว่าเลิกผลิตรุ่นนี้แล้วซึ่งเราไม่ทราบว่าจริงรึเปล่า ถ้าใครทราบช่วยแจ้งข่าวหน่อยนะค้า  ถ้าเลิกผลิตจริงก็แอบเศร้าเพราะเราชอบลิปกลอสรุ่นนี้มากพอสมควรเลยค่ะเผลอพูดพร่ำทำเพลงมานานละ รีวิวเลยดีกว่าค่า เกือบลืมบอกไปค่ะลิปกลอสของเรา




สีลิป+วิ๊ง แบบซูมๆก็ประมาณรูปข้างล่างค่ะ




ที่ทาเป็นแบบแปรงพู่กันขนนุ๊ม นุ่ม >_<"




swatchสี 



REVIEW : แพคเกจก็หรูหราเรียบง่ายตามสไตล์ชาแนลเราชอบนะ อิอิ สีชมพูหวานๆมีิวิ๊งเล็กๆกำลังดีอยู่ ทาเดี่ยวลงบนปากเม็ดสีถือว่าค่อนข้างชัดเจนแต่ก็ให้ความโปร่งดูเบาๆ ทาแล้ววาวมากถึงมากที่สุดวาวกว่าrevlonมากอยู่ค่ะ ทาออกมาแล้วไม่ค่อยเห็นวิ๊งเท่าไร เรื่องความติดทนก็เฉยๆค่ะเหมือนลิปกลอสทั่วไปไม่ได้ติดทนอะไรมาก 

ปริมาณ : 6ml

สิ่งที่ชอบ
-เนื้อของลิปกลอสดีมากๆไม่เหนียวเหนอะหนะ เราชอบเนื้อสัมผัสเวลาทาบนปากมาก เนื้อจะลื่นๆนุ่มๆ
-ให้ความชุ่มชื่นดีมาก ใครมีปัญหาเรื่องปากแห้งลิปกลอสตัวนี้เหมาะมากๆเลยค่ะ
-ที่ทาเป็นแปรงแบบผู้กันที่นุ่มม๊าก มาก ทาแล้วเคลิ้มเลย >//< แล้วก็ที่ทาแบบแปรงสามารถทาทับลิปได้โดยไม่ทำให้ลิปทีทาไว้แล้วเสียหายอะไรมากค่ะ
-สีลิปกลอสดูหวานแบบธรรมชาติ วิ๊งก็เล็กละเอียดดี

สิ่งที่ไม่ชอบ
-ราคาแพงถ้าเทียบกับปริมาณ
-ตรงปากขวดของลิปกลอส เวลาดึงที่ทาแล้วเลอะเทอะปากขวดกับฝามากพอสมควร ตามภาพเลยค่ะ





สรุป :: ถ้าถามว่าทั้งสองตัวเราชอบตัวไหนมากกว่ากันตอบยากแฮะ เพราะเราชอบทั้งคู่แทบจะเท่าๆกันเลย แต่ Chanel นี่ด้วยราคาจะให้ซื้อมาหลายๆสีคงจะไม่ดีแน่ อิอิ อีกอย่างนึงคืออยากลองลิปกลอสของDiorด้วย เลยทำให้ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะซื้อต่ออีกรึเปล่า ส่วนRevlonด้วยราคาและคุณภาพที่เป็นมิตรมากๆเลยกะว่าอาจจะไปสอยมาอีกซักสีนึงที่เล็งไว้ ฮี่ๆ:D 


จบแล้วค่ะสำหรับรีวิวลิปกลอสของเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
 ขอบคุณมากๆที่เข้ามาชมรีวิวเราค่า  : )






5.24.2554

เครื่องสำอาง/สกินแคร์ ล้วนมีอายุของมัน

 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่ได้มาอัพ Blog นานมากเลย เรื่องของเรื่องคือแอบขี้เกียจ(ตล๊อด) วันนี้เลยอยากมาอัพเรื่องที่เป็นประโยชน์นิดนึง : ) จริงๆเรื่องนี้อาจดูวิชาการไป(เราก็พยายามเขียนไม่ให้มันดูน่าเบื่อน้า แฮ่ๆ) แต่เราว่าเรื่องที่เราจะอัพน่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนโดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งหัดแต่งหน้าและมือใหม่ในการเลือกซื้อบรรดาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามนะคะ 

เราว่าบางคนอาจจะเคยใช้คสอ.หรือสกินแคร์แล้วก็ลืมไปว่า เอ๊ะ!! นี่เราเปิดใช้มานานแค่ไหนแล้ว เมื่อก่อนเราก็เคยค่ะ พอใช้ซักระยะก็จะแอบกังวล เฮ้ย!หมดอายุยังเนี่ย?? ก่อนอื่นเราต้องมารู้กันก่อนว่า คสอ.+สกินแคร์ ล้วนแล้วแต่มีวันหมดอายุทั้งนั้น สาวๆต้องเริ่มกลับไปสำรวจโต๊ะเครื่องแป้งกันแล้วค่ะว่าแต่ละชิ้นเปิดใช้มานานเท่าไรแล้ว : )

"เราไม่ควรใช้คสอ./สกินแคร์ที่หมดอายุ ก็คล้ายๆกับที่เราไม่ควรกินอาหารที่หมดอายุหรือบูดประมาณนั้นเลยค่ะ"  เพราะผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอะไรที่หมดอายุไปแล้วอาจทำให้เราเกิดอาการแพ้ได้ คือยังไงก็ไม่ดีกับผิวพรรณของเราแน่นอนค่ะ อย่ามัวมานั่งเสียดายดื้อใช้ต่อไปโดยไม่ห่วงใยตัวเองนะคะ


วิธีการดูฉลาก/วันหมดอายุบนผลิตภัณฑ์

เครื่องสำอางหรือสกินแคร์บางตัวเค้าก็บอกวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ไว้แล้วนะคะ บางยี่ห้อก็อาจจะบอกเป็นวันเดือนปีที่แน่นอน แต่บางแบรนด์ก็ใช้สัญลักษณ์ในการบอก ทีนี้เรามาดูวิธีการดูวันหมดอายุที่บอกมาเป็นสัญลักษณ์กันนะคะ  

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่
 จากรูปน้องนาร์ส ดูชเชอร์ข้างบน หลายคนคงเห็นสัญลักษณ์รูปบรรจุภัณฑ์ที่เปิดฝาแล้วมี24Mอยู่ข้างในที่เราตีกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวเอาไว้ใช่ไหมคะ เป็นสัญลักษณ์ที่ไว้บอกวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ค่ะ ความหมายของสัญลักษณ์ก็คือ "ผลิตภัณฑ์น้องนาร์สนี้มีอายุ24เดือน (2ปี) นับจากวันที่เปิดใช้ครั้งแรกค่ะ ถ้าเปิดใช้ครบ24เดือน (2ปี) ก็ถือว่าหมดอายุไม่เหมาะอย่างมากที่จะนำมาใช้ต่อ" หลายๆผลิตภัณฑ์ก็คงมีการระบุวันหมดอายุด้วยสัญลักษณ์นี้ แต่อาจจะมีจำนวนเดือน (ตัวเลขข้างหน้าM) ต่างๆกันตามแต่ยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ค่ะ อย่างเช่น 12M ก็คือมีอายุ12เดือน (1ปี) นับจากวันที่เปิดใช้ครั้งแรกค่ะ 


แล้วถ้าผลิตภัณฑ์ไม่มีวันหมดอายุที่แน่นอนบอกหรือไม่มีสัญลักษณ์แบบข้างบนบอกล่ะ ??

จริงๆถ้ามันเป็นแบบนั้น ก็คงต้องดูวันหมดอายุคร่าวๆตามข้อมูลข้างล่าง วันหมดอายุที่เราเอามาลงไว้คือเราศึกษามาจากหลายแหล่งนะคะ เช่น หนังสือของ Bobbi Brown, เว็บไซค์ต่างๆ แต่ละแหล่งก็ไม่ได้ตรงกันเป๊ะๆแต่ก็เป็นตัวเลขประมาณนี้ค่ะ แต่ละตัวไม่ควรใช้เกินเวลาที่เราบอกไว้ข้างล่าง ประมาณนั้นค่ะ
                                                                     
นับจากวันที่เริ่มเปิดใช้งานนะคะ
  • รองพื้น  1 ปี 
  • แป้งต่างๆ 1 ปีครึ่ง
  • บลัชออน 24-30 เดือน
  • อายแชโดว์ 24-30 เดือน
  • ลิปสติก 18-24 เดือน (ลิปนี่ถ้ามีกลิ่นแปลกๆไปจากเดิมก็ไม่ควรใช้ต่อแล้วล่ะค่ะ)
  • มาสคาร่า/อายไลเนอร์ 3-6 เดือน 
  • สกินแคร์ 1 ปี
  • น้ำหอม 3 ปี

อย่างที่เราบอกไปค่ะว่าอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ความงามที่เราบอกไปข้างบนเป็นค่าประมาณ จริงๆวันหมดอายุหรือวันใช้งานคสอ./สกินแคร์มันไม่ได้ตายตัวขนาดนั้น เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาของเราด้วยค่ะ อย่างถ้าเราเก็บพวกผลิตภัณฑ์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง แดดส่องถึงก็อาจทำให้คสอ./สกินแคร์ที่เราใช้อยู่หมดอายุเร็วกว่าวันเวลาที่ควรเป็น หรือถ้าเราเก็บคสอ./สกินแคร์ไว้ในที่ที่เหมาะสมมีอุณภูมิเหมาะสม มีการรักษาความสะอาดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ อย่างเช่น  ใช้ค็อตตอนบัตหรือพายตักครีมบำรุงผิวแทนการใช้มือที่มีแบคทีเรียอยู่เยอะ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามค่ะ (แต่คงไม่น่าจะยืดอายุนานเกินจากวันเวลาที่เราเคยบอกคร่าวๆนั้นจนเกินไปค่ะ)



สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าวันเวลาหมดอายุของบรรดาผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม

นั่นคือวันเดือนปีที่ผลิตค่ะ เราไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมานานจนเกินไป เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าซื้อมายังไม่ทันเปิดใช้ก็หมดอายุซะแล้ว เพราะเครื่องสำอางที่อายุเก็บที่ไม่เปิดใช้ประมาณ 3 ปีนับจากวันผลิต คือสำหรับเราเราว่าไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมานานเกินกว่า 3 ปี ถามเพื่อนเภสัชมาค่ะเรื่องนี้ จริงๆก็มีบางยี่ห้อเค้าก็บอกว่าผลิตภัณฑ์เค้าสามารถเก็บได้ 5 ปีหลังผลิต ซึ่งมันก็อาจจะเก็บได้จริงๆตามเค้าบอก แต่ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจที่จะซื้อที่จะใช้ก็อย่าสอยมาดีกว่าเนอะ  เรามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่พอใจสำหรับที่จะจ่ายเพื่อผลิตภัณฑ์นั้นๆ     


เอาล่ะค่ะจบแล้วค่ะ สำหรับเรื่องอายุเครื่องสำอาง อาจจะยาวไปหน่อยแต่ถ้า(ทน)อ่านก็น่าจะได้อะไรไปเยอะเนอะ ^^  เราตั้งใจเขียนเรื่องนี้มากๆจริงๆ(นานๆทีจะมีสาระบ้าง) ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมาติดตามกันนะคะ



4.21.2554

เห่อ ☂ ของที่สอยมาในเดือนเมษายน ☂

สวัสดีค่ะทุกคน ไม่ได้อัพบล็อกนานพอสมควรเลย

วันนี้มีอารมณ์ขยัน เลยมาอัพสั้นๆ มาเปิดถุงช็อปปิ้งของเดือนเม.ย.กันค่ะ
ถ้าอยากดูรูปขยายใหญ่ๆ คลิกที่รูปได้เลยนะคะ


มาดูรูปรวมๆเรียกน้ำย่อยกันก่อนนะคะ : )



สองชิ้นแรกเพิ่งได้มาสดๆร้อนๆจาก Boots วันนี้เลยค่ะ
เป็นของยี่ห้อ KOSE Softymo ทั้งคู่เลยค่ะ

ซ้าย - โฟมล้างหน้า KOSE Softymo
ขวา - เมคอัพรีมูฟเวอร์แบบค็อตตอน 

          มาดูรายละเอียดคราวๆของ โฟมล้างหน้า KOSE Softymo กันนะคะSoftymo Speedy Cleansing Foam(Bubble Type)อันนี้เป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบต่างๆ ที่เป็นภาษาไทยค่ะ


ด้านหน้าๆขวด

โฟมตัวนี้เราอยากลอง เพราะดูรีวิวจากคุณต่าย whitepiano555 ค่ะ ^^
(คลิก ที่นี่ เพื่อดูรีวิวของโฟมล้างหน้าตัวนี้ที่คุณต่ายรีวิวไว้ได้เลยค่า)


          มาที่ตัวต่อไป ยังอยู่ในยี่ห้อของ KOSE Softymo เหมือนเดิมค่ะSoftymo Superpoint Make up Romover Cotton เคยลองตัวรีมูฟคล้ายๆกันกับแบบนี้ เป็นของยี่ห้อ DHC ก็ใช้สะดวกดีค่ะ แต่DHC ตัวแผ่นค็อตตอนที่เช็ดเครื่องสำอางแข็งไปหน่อย เช็ดแล้วแอบเจ็บหน้า เลยซื้ออันนี้มาลองเผื่อจะเวิร์กกว่า DHC   : )

ข้อมูลภาษาไทยของผลิตภัณฑ์ กับส่วนประกอบค่า


ด้านหน้ากล่องค่ะ



แล้วก็ถึงคิวของบลัชออน MAC สุดน่ารักอันนี้  ชื่อสี Sakura(ชมรีวิวภาพสวยๆเพิ่มเติมได้ที่Blog ของ Allura คลิก ที่นี เลยค่า) อยู่ในMAC Quite Cute Collection For Spring 2011 เป็นลิมิเต็ดค่า สีจะออกไปทางม่วงอมชมพู สีแปลกแล้วก็น่ารักมากค่ะ สีจริงๆออกม่วงกว่านี้นะคะ (ประมาณสีในรูปภาพรวมภาพแรกเลยค่ะ) 





ชิ้นต่อมาซื้อเพราะตัวข้างบนเลยค่ะ 555 ตอนนี้กำลังกรี๊ดสีม่วงอมชมพูประมาณนี้เลยค่ะ SHU UEMURA ROUGE UNIMITED สี PK319 ตัวนี้เป็นลิมิเต็ด ปลอกลิปน่ารักมากสีชมพู (ชมรีวิวสีลิปแบบละเอียดจากบล็อกสาวเกาหลีb110605 คลิก ที่นี่ เลยค่ะ )


สีประมาณนี้ แต่สีจริงๆจะอมม่วงกว่านี้นิดนึงๆค่ะ BA เชียร์มาก
มาลองปาดดูสี โอ้!! ใช่เลยสีนี้ ฮี่ๆ :D





ชิ้นสุดท้าย ความสุขของคนสายตาสั้นแบบเรา ได้กรอบแว่นมาใหม่ค่ะ :D  เพราะอันเก่าขาหัก :( ไปลองตอนแรกชอบอีกยี่ห้อ แต่พอมาลองกรอบของ GUCCI อันนี้แล้วชอบมากๆค่ะ ใส่แล้วรู้สึกเบาสบายมาเลยสอยมาไว้ไปตัดเลนส์ใส่ค่ะ  



หมดแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามชมกันนะคะ 
ถ้าต้องการติดตามการอัพเดทBlogของเรา กดFollowหรือติดตามกันที่ด้านบนซ้ายมือของBlogได้เลยค่า


3.31.2554

♡เห่อสุดขีด♡ Urban Decay Naked Palette


           สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงนี้กำลังงงกับอากาศเนอะว่าตกลงฤดูไหน ☀ ☂   วันนี้มีของที่เรากรี๊ดม๊าก มาก จะมาเห่อ ได้มาแล้วเห่อสุดขีดจริงๆชิ้นนี้ เพราะอยากได้มานานแล้ว นั่นก็คือ "Urban Decay Naked Palette" นั่นเองค่า


           เราอยากได้มาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ไม่รู้จะซื้อที่ไหนดี พอดูในเว็บบางเว็บก็อัพราคาเยอะขึ้นมาก เคยเจอแพงสุดอัพราคาเกือบสามพัน *0*เลยทำใจซื้อไม่ลง จะฝากคนรู้จักหิ้วมาให้ก็ใจจะขาด เพราะต้องรอช่วงพ.ค.หรือนานกว่านั้นกันเลยทีเดียว แล้วก็ของมันขาดตลาดบ่อยเกินกลัวไม่ได้ แต่ในที่สุดก็สมหวังเราไปเสาะแสวงหามาจนได้มาไว้ในครองครอง เย่ๆ 


ได้มาแล้วยิ้มให้กล้องนิดนึงจ้า 555  อยากดูรูปใหญ่ๆคลิกที่รูปได้เลยนะคะ ^^





ตัวพาเล็ตจะถูกใส่มาในกล่องใสๆ และถูกใส่มาในหลุมคู่กับeye primer
ตัวพาเล็ตวัสดุจะทำจากกระดาษแข็ง(อารมณ์ประมาณพาเล็ตตาBenefit) ห่อด้วยผ้ากำมะหยี่





อันนี้ด้านหลังค่า


ฝาปิดเป็นแม่เหล็กค่ะ


ด้านข้างเป็นแบบนี้



ทีนี้ก็ดึงออกจากหลุมมาดูสีกันค่ะ 



มาดูแต่ละสีกันใกล้ๆค่ะ





            เรายังเห่อๆ(บวกขี้เกียจ ฮี่ๆ :P)ยังไม่ได้ปาดลองสีเลย เลยขออนุญาตไม่swatchสีหรือรีวิวนะคะ แต่ว่าถ้าใครอยากดู swatch สี หรืออยากเห็นว่าแต่งแล้วจะออกมาประมาณไหนลองคลิกเข้าไปดูลิ้งที่เราลงไว้ดูนะคะ  : ) 

รีวิวโดยคุณแป้ง KiRaRi         คลิกดูที่นี่ค่ะ
รีวิวโดยคุณแป้ง Indyindare    คลิกดูที่นี่ค่ะ



ทีนี้มาดูความเปลี่ยนแปลงขอพาเล็ตรุ่นใหม่อันนี้นะคะ
นั่นก็คือพาเล็ตเดิมจะมีดินสอเขียนขอบตาสีดำกับน้ำตาลให้มา แต่รุ่นใหม่เปลี่ยนเป็นแปรงค่ะ









ที่แถมมากับพาเล็ตคือ Eye Primer ไซล์เล็กค่ะ



ที่ทาเป็นแบบนี้ค่ะ

จบแล้วค่า ขอบคุณที่ติดตามค่ะ บ๊าย บาย


ใครอยากติดตามการอัพเดทBlogของจู อย่าลืมกด"ติดตาม" ด้านบนขวามือของBlogนะคะ 
สามารถติดตามโดย twitter ,อีเมลล์ของYahoo ,อีเมลล์ของGmail ค่ะ
หรือถ้าใครไม่มีไม่มีที่จูพูดข้างบน ก็สามารถสมัครบัญชีของGoogle แล้ว Sign in เพื่อFollowค่า








3.18.2554

REVIEW : Lunasol Cream Cheeks & Lunasol Lip Liquid

สวัสดีค่าหลังจากคราวที่ที่แล้วเอา Lunasol มาเห่อไว้ในentryที่แล้ว 
วันนี้ก็เลยนำมารีวิวให้ดูค่ะ


           ที่เราไปสอยมาเมื่อคราวที่แล้วก็มี Lunasol Cream Cheeks 2 สี แล้วก็ Full Glamour Liquid Lips อีก 1 แท่งค่ะ ทั้งหมดนี้อยู่ใน Lunasol 2011Spring Collection นะคะ  




เริ่มจาก Lunasol Cream Cheeks สองสีค่ะ นั่นคือ EX01(Light Pink) กับ EX02(Light Beige)



อันนี้ด้านหลังค่ะ มี12g

เปิดฝาออกมาแล้วเป็นแบบนี้ค่ะ ปากหลอดง่ายต่อการใช้
เวลาบีบ Cream Cheeks ออกมาก็ง่ายไม่เลอะเทอะ


คราวนี้มาดูสีกันค่ะ เริ่มจาก EX01 Light Pink 
บีบออกมาจากหลอดจะได้แบบนี้ เวลาใช้ไม่ต้องบีบเยอะขนาดนี้นะคะ 
อันนี้บีบเยอะๆอยากให้เห็นสีค่ะชัดๆ ^^

เกลี่ยๆแล้วก็ได้ตามรูปเลยค่ะ

คราวนี้ก็เบลนด์สีจะเห็นว่ามีวิ๊งๆด้วย แต่วิ๊งไม่เวอร์จนดูเยอะเกินนะคะ
ทาออกมาแล้วดูสดใสหน้าไบรท์ดีค่ะ


อันนี้เปรียบทาสีที่แล้วแล้วกับยังไม่ทาให้ดูค่ะ
ซ้าย - ไม่ได้ทา Cream Cheeks
ขวา - ทา Cream Cheeks เรียบร้อยแล้ว
สีออกชมพูแบ๊วๆใสๆ น่ารักมากค่ะ ^w^



มาดูสี Cream Cheek อีกสีนึงกันดีกว่าค่ะ 
EX02 Light Beige อันนี้จะออกโทนน้ำตาลค่ะ




ซูมๆดีสีค่ะ สีนี้มีวิ๊งๆเหมือนสีชมพูเลยค่ะ


เปรียบเทียบทาแล้วกับยังไม่ทามั่งดีกว่าค่า
บน - ทา Cream Cheeks แล้ว 
(สีดูไม่สม่ำเสมอเพราะเราเกลี่ยไม่เนียนเองค่า แฮ่ๆ ขอโทษค้าบบบ)
ล่าง - ไม่ได้ทา Cream Cheeks 
สีนี้ได้อารมณ์ Summer ดีค่ะ สีสุภาพดีด้วย 

REVIEW : ขอบอกว่าเราชอบมากเลยค่ะสำหรับCream Cheeks ทั้งสองสี สีสวยมากแล้วที่สำคัญคือทาง่ายมาก สามารถทาได้หลังทาแป้งโดยไม่เป็นคราบเลย เรื่องความติดทนนี่ถือว่าติดทนดีเลยนะคะเพราะเราลองทาตั้งแต่แปดโมงเช้าไปถึงห้าโมงเย็นสีก็ยังติดอยู่อาจจางลงนิดนึงบ้างค่ะ ที่เราชอบคือวิ๊งเค้าติดทนมากวิ๊งไม่ร่วงเลย บางทีทาถึงค่ำๆสีบลัชจางลงพอสมควรแต่วิ๊งสุดยอดมากยังอยู่ไม่ไหน 555 ส่วนเนื้อสัมผัสก็เบาสบายไม่ได้ออกครีมมี่เข้มข้นจนเหนอะหนะ สาวหน้ามันก็น่าจะใช้ได้ค่ะ สีสวยทั้งคู่เลยสีชมพูก็ใสๆแบ๊วๆดี ฮี่ๆ :D ส่วนสีน้ำตาลก็ให้อารมณSummer ออกแนวสุภาพดีค่ะ

ข้อเสีย : แน่นอนค่ะมันเป็น Limited Edition เราไม่อยากให้มันเป็น Limited เลย เพราะชอบไปแล้วถ้าหมดจะไปหาซื้อที่ไหน T_T ต่อมาคือเวลาทาเสร็จสีมันเหมือนจะซึมกลืนหายไปกับผิวทำให้สีดร็อปลงนิดนึงต้องเติมสีหรือทาให้เข้มกว่าที่ทาบลัชปกติ ถึงจะได้สีที่พอดี แล้วก็รู้สึกหลอดมันเล็กไปถ้าเทียบกับราคาค่ะ

คะแนน : 5/5 เราปลื้มค่ะ : )


ต่อมาก็ถึงคิวของ Lunasol Full Glamour Lip Liquid
สีสวยเกือบทุกสีเลยค่ะ ลิปรุ่นนี้ เราเลือกสอยมาเบอร์5(Coral Pink)




มาดีสีจากแท่งลิปกันค่า
ลิปรุ่นนี้เป็น Lip Liquid ที่เป็นเหมือนกลอสที่ให้เม็ดสีชัดค่ะ




ที่ทาลิปเป็นแบบนี้ค่ะ 


อันนี้สีบนกระดาษ สีนี้เราว่าเข้าได้กับบลัชออนหลายสีเลยค่ะ



REVIEW : เราเป็นคนที่ชอบลิปแนวนี้อยู่แล้วค่ะ เพราะมันให้ทั้งสีที่ชัดแล้วก็ให้ความชุ่มชื้น ไม่ต้องเปลืองหรือเสียเวลาไปหาลิปกลอสมาทาทับ สำหรับลิป Lunasol อันนี้ ให้สีที่ดูธรรมชาติทาได้เรื่อยๆแทบทุกวันค่ะ  กลบสีปากได้ดีพอสมควรค่ะ ทาแล้วไม่เป็นคราบให้ความชุ่มชื้นพอสมควรเลยค่ะ เราว่าสะดวกกับการพกพาไปเติมระหว่างวันด้วยนะคะ วิธีการทาก็เหมือนๆเวลาทาลิปกลอสเลยค่ะ เรื่องความติดทนก็ดีในระดับนึง ถ้าไม่ไปทานน้ำหรืออาหารก็ติดอยู่นานพอสมควรค่ะ เราก็ชอบอยู่นะคะสำหรับลิปรุ่นนี้อาจจะหาสีอื่นๆมาเพิ่ม แต่มันก็ยังไม่ใช่ลิปลิขวิดที่เจ๋งหรือดีเริ่ดสุดๆในสายตาเรา

ข้อเสีย : ราคาแพง และแน่นอนมันดีค่ะแต่เรายังไม่ชอบมันถึงที่สุดมีลิปลิขวิดยี่ห้ออื่นที่ชอบกว่านั้นค่ะ (เดี๋ยววันหลังจะเอาออกมาทำรีวิวให้ดูค่า)

คะแนน : 4/5


จบแล้วค่ะ สำหรับรีวิวของเราขอบคุณที่เข้ามาชมนะคะ ^3^

Merlinnee : )