สวัสดีค่ะ หายไปนานมากเลย
วันนี้เลยแวะมาเห่อ&รีวิว แป้งใหม่ที่เพิ่งสอยมาค่ะ : )
แป้งที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้คือแป้งผสมรองพื้น
Diorskin Nude Natural Glow Sculpting Powder makeup SPF 10
เราใช้ เบอร์ 021 นะคะ ออกโทนขาวเหลือง
แป้งรุ่นนี้ BA เคยให้เทสเตอร์มาลองแล้วติดใจเก็บไว้ในwish list รอวันสอย
และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง สอยมาในที่สุดค่ะ ฮี่ๆ : )
รายละเอียดต่างๆของแป้ง
แป้งรุ่นนี้จะมีให้ทั้งพัฟแล้วก็แปรงเลยค่ะ แปรงก็คุณภาพดีขนนุ่มมาก
ปกติเราจะชอบใช้แปรงปัดแป้งเพราะดูธรรมชาติกว่าใช้พัฟค่ะ
มีซองผ้ากำมะหยี่(เปื้อฝุ่นง่ายมากก)มาให้ตามสไตล์Dior มีชองข้างหน้าสำหรับใส่แปรงค่ะ
ตัวตลับเป็นสีเงินๆ แอบเป็นรอยนิ้วมือง่าย
ข้างหลัง
มาเปิดตลับกันดีกว่าค่ะ ข้างในก็จะมีแผ่นพลาสติกครอบ+พัฟ
เรารู้สึกว่าพัฟทั้งสองด้านเนื้อไม่เหมือนกันนะคะ
ด้านนึงจะเป็นแบบกำมะหยี่ ด้านนึงจะเป็นแบบฟองน้ำธรรมดาค่ะ
แป้งจะ 3 สีในหนึ่งตลับ
สีบนสุด :: จะเป็นสีที่สว่างที่สุด+มีกลิตเตอร์เล็กๆ ไว้ทำไฮไลท์
สีตรงกลาง :: จะเป็นสีที่เข้มที่สุดไว้ทำเฉดดิ้ง
สีล่างสุด :: เป็นสีโทนธรรมชาติโทนเดียวกับผิวเรา ไว้ทาปกติ
ลายแป้งสวยมาก อิอิ
เปิดแฟลช |
แสงไฟในห้อง+ปิดแฟลช |
Review
เนื้อแป้ง
เนื้อเนียนละเอียด ถึงจะเป็นแป้งผสมรองพื้นแต่บางเบาไม่หนาไม่เน้นปกปิดค่ะ เน้นความบางเบาเป็นธรรมชาติ ยิ่งถ้าใช้แปรงลงยิ่งดูธรรมชาติ เปรียบเทียบตัวนี้กับ Chanel matte lumiere extreme ที่เราเคยใช้เมื่อก่อน Chanel จะดูเนียนเด้งกว่าแต่ดูรู้ว่าทาแป้งผสมรองพื้น แล้วก็Chanelเนื่องจากแป้งเป็นเนื้อMatteบางทีทาไปที่คนสาวหน้ากลมอย่างเรารู้สึกว่ามันดูแห้งแมทแบนๆไม่มีชีวิตชีวา ส่วน Dior จะบางเบาแล้วก็ธรรมชาติกว่า ทาแล้วเหมือนละลายกลืนไปกับผิวเราแต่ก็ทำให้หน้าเราดูเนียนเด้งแบบธรรมชาติสามารถใช้ได้ทั้งแบบแยกทีละสีเพื่อสร้างมิติกับหน้าแล้วก็สามารถใช้แบบปาดรวมๆกันก็ได้ค่ะ
ระหว่างวัน
สีไม่ดร็อปนะคะสำหรับเรา ทาไปซักพักพอแป้งเซ็ตตัวผิวจะดูglowแต่ไม่มัน แต่ไม่ได้ถึงขนาดDewyวาวขนาดสาวเกาหลีนะคะ ดูglowแบบธรรมชาติมากกว่าค่ะ เรื่องความติดทนเราทาตั้งแต่บ่ายประมาณเที่ยงคืนโดยไม่เติมแป้ง แป้งยังอยู่ยังเด้งนะคะ อาจมีแป้งหลุดๆไปนิดนึงตรงT-ZONE ถ้าใครหน้ามันมากๆอาจต้องเติมระหว่างวันค่ะ
สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ
เราชอบที่แป้งมีสามเฉดไว้ทำไฮไลท์/บรอนเซอร์ ทำให้หน้าดูมีมิติ วันไหนรีบๆไม่ต้องมานั่งหานั่งลงไฮไลท์ บรอนเซอร์ทาซ้ำหลังทาแป้ง แต่สีบรอนเซอร์ไม่ได้เข้มมากเหมือนบรอนเซอร์ทั่วๆไปนะคะ อันนี้จะออกแนวธรรมชาติกว่าค่ะ ส่วนถ้าใครชอบให้หน้าดูวาวมากๆอาจจะเน้นทาตรงส่วนแป้งที่สีอ่อนสุดที่เป็นไฮไลท์ก็ได้ค่ะ
สิ่งที่ไม่ชอบ
ตรงช่องที่ใช่พัฟ/แปรง ไม่รูระบายอากาศ ตั้งแต่ใช้แป้งมาหลายๆตัวเพิ่งเคยเห็นแป้งที่ไม่ทำรูระบายอากาศที่ช่องพัฟ/แปรงนี่แหละค่ะ กลัวมันจะชื้นหรือไม่ถ่ายเทจัง แล้วก็ไม่ชอบที่ทาไปนานๆตรง T-ZONE มีแป้งหลุดเล็กน้อยนี่แหละค่ะ เราเป็นพวกไม่เติมแป้งระหว่างวันค่ะ ชอบลืมเติม+ขี้เกียจพกแป้ง สุดท้ายคือราคา แพงแต่ดีเลย(จำ)ยอม555 ยังดีหน่อยที่เราเป็นคนใช้แป้งไม่เปลืองนานมากๆกว่าจะหมดเพราะอย่างที่บอกเป็นคนไม่เติมแป้งระหว่างวัน แป้งรุ่นนี้มีรีฟิวให้เปลี่ยนนะคะหลังใช้หมด
จบแล้วค่ะ ไม่ได้อัพบล็อกนานเหมือนคนเก็บกดเลยเนอะ อัพซะยาวเลยค่ะ
หวังว่ารีวิวของเราจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่เข้ามาอ่านบ้างนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน มาดูรีวิวของเรานะคะ ขอบคุณค่ะ : )