3.05.2560

Review :: รองพื้นฉ่ำวาวที่รอดกับอากาศเมืองไทย BURBERRY Bright Glow Foundation

ความจริง BURBERRY เค้ามีรองพื้นอีก 2 รุ่น คือ Fresh Glow   ซึ่งจะดิวอี้  ฉ่ำวาวสุดๆ เนื้อบางเบา เราว่าน่าจะเหมาะกับผิวแห้ง ส่วนอีกรุ่นคือ Cashmere Soft Matte ที่เป็นรองพื้นเนื้อแมต เหมาะกับคนผิวมัน เน้นปกปิด แต่สุดท้ายที่เราเลือกซื้อคือรุ่นนี้ BURBERRY Bright Glow Foundation เพราะส่วนตัวคิดว่ามันอยู่กึ่งกลางระหว่าง Fresh glow กับ Cashmere ไม่แมตหรือดิวอี้เกินไป แถมทางแบรนด์เคลมว่ามีส่วนผสมของสกินแคร์ เป็นรองพื้นที่เหมือนบำรุงผิวได้ในตัว



ราคา 2,100 บาท ปริมาณ 30 ml
Made in France

สภาพผิวเรา   ทีโซนมัน ข้างแก้มแห้ง

  • แพ็คเกจดีมากๆ หรูหรา เป็นเอกลักษณ์ทางแบรนด์ ถ้าใครเคยใช้เบสหรือรองพื้นอยู่แล้วคงคุ้นดี คือมีฝาปั๊มที่หมุนล็อคได้ และมีฝาอีกอันปิดครอบ รองพื้นเป็นขวดแก้ว หนักเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ ไม่เหมาะกับการพกพาไปไหน
  • เราใช้เบอร์ 20 Ochre ซึ่งออก โทน Natural สีเนื้อ (ไม่ชมพูหรือเหลืองไป) สำหรับ NC 20 รองพื้นจะออกแทนๆกว่าผิวแค่นิดเดียว พอทาแป้งจะพอดีเลย แบบที่เราชอบ ถ้าใครชอบผ่องๆหรือกลัวดร็อปก็เลือกโทนสว่างกว่านี้ นั่นคือเบอร์ 12 ส่วนเบอร์ 26 จะออกเหลืองสุด เข้มกว่า 20 หน่อยค่ะ ต้องเลือกสีดีๆ เพราะเราว่าเค้าทำโทนสีโดดไปมามาก รองพื้นมี SPF 30  
  • เนื้อออกลิขวิดเหลวๆหน่อย เกลี่ยง่ายมากๆ ปกปิด Light-Medium Coverage


ผลลัพธ์บนผิว

เมื่อรองพื้นเซ็ทตัว ตอนแรกเนื้อรองพื้นจะออกแมตๆหน่อยนึง แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งเลย ชอบเอฟเฟกต์ที่รองพื้นให้มาก ผิวดูไม่แบน รองพื้นกระจายแสงดี ทำให้ผิวดูมีมิติ กระจ่างใสและโกลวสมชื่อ ได้งานผิวธรรมชาติมากๆ ผิวดูดีแบบ juicy Skin ที่มีความฉ่ำและอิ่มนวล ด้วยเนื้อที่มีความแมต ทำให้ระหว่างวันไม่มันเยิ้ม ไม่เป็นคราบ ไม่ตกร่องรูขุมขน ติดทนทั้งวันเลย เหมาะกับ Everyday look และรอดกับสภาพอากาศในเมืองไทย คิดว่าต้องถูกใจคนผิวมันหรือผิวผสม ส่วนตัวเวลาเราใช้รองพื้นตัวนี้จะใช้แป้งเซ็ทแค่ทีโซนเท่านั้น ช่วงอากาศหนาว ไม่ต้องใช้แป้งเซ็ททั้งหน้ายังได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เบสหรือไพรม์เมอร์เลยนะสำหรับเรา แต่จะใช้เบสของเค้าผสมด้วยก็ได้ ถ้าอยากให้ความโกลว ฉ่ำเพิ่มขึ้น 


ข้อเสีย คือ รองพื้นมีการดรอป (Oxidized) เล็กน้อย แต่ไม่มากถึงขึ้นหมอง เวลาซื้อควรเลือกซื้อให้สว่างกว่าผิวซักสเต็ปนึงค่ะ และรองพื้นสีมีให้เลือกน้อย และโดดไปมา ต้องเลือกดีๆ เพราะรองพื้นฝรั่งจะมีโทนชมพู โทนพีช โทนเหลือง

คะแนน 
  • เนื้อเกลี่ยง่าย สบายผิว : 5/5
  • ความธรรมชาติ : 5/5
  • ปกปิด : 3/5
  • ฟินิชลุคบนผิว : 5/5
  • ติดทน : 4.5/5
  • การควบคุมความมัน : 4/5
  • ความพอใจ ความชอบส่วนตัว : 4.5/5

แนะนำมากๆ สำหรับคนที่ชอบผิวโกลว ฉ่ำ รองพื้นบางเบา มีความธรรมชาติ ต้องการความโกลว แต่ไม่มันเยิ้ม อยู่ทนทั้งวัน แนะนำเลยค่ะ ไบรท์และโกลวสมชื่อเลย ที่สำคัญสบายผิวมาก ไม่รู้สึกว่ามีรองพื้นพื้นบนผิวด้วยซ้ำ



"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ "


3.03.2560

"Disappointing Products" ใช้แล้วผิดหวัง รู้อย่างงี้ไม่ซื้อดีกว่า Revlon, Missha, La Roche-Posay

สวัสดีค่ะ พอดีเราเห็นบรรดายูทูปเบอร์ทั้งต่างประเทศ และในไทย ต่างทำหัวข้อ ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาแล้วเสียดายเงิน ไม่ชอบ รู้งี้ไม่ซื้อดีกว่า เราเองก็อยากมา review ว่ามีอะไรที่ซื้อมาแล้วเกิดประสบการณ์รู้อย่างงี้ไม่ซื้อดีกว่า ใช้แล้วผิดหวังมาก

มาสคาร่า เลฟรอน "Revlon Ultimate All in One Mascara"



เนื้อมาสคาร่ามันไม่ใช่สำหรับเรา เนื้อมันเหนอะๆ แน่นๆ ใช้แล้วไม่เกิดผลใดๆกับเราเลย ทั้งในแง่ความหนา ความงอน หรือความยาว  ดัดขนตาแล้วปัดก็แล้ว ปัดเดี่ยวๆก็แล้ว ด้วยความที่เนื้อมันแน่นๆข้นๆ ทำให้ขนตาเราตกทิ่มลงไปอีก ปัดแล้วรู้สึกไม่สบายตาด้วย เหมือนมีอะไรหนักๆเกาะตา ตัวนี้พอระหว่างวัน หรือเวลาโดนน้ำ หลุดออกเป็นผงๆ ร่วงเข้าตา แสบตามาก คิดว่าเหมาะกันคนขนตายาวๆอยู่แล้ว แบบฝรั่ง ที่ปัดไปไม่ต้องดัด ปัดยังไงก็สวย อะไรแบบนี้ กลับไปซบอกมาสคาร่าญี่ปุ่นเหมือนเดิมค่า


คุชชั่น มิชช่า สูตรแมต " Missha x Line Friends M Magic Cushion SPF50+/PA+++ "




ใช้แล้วขาววอก ลอย เป็นจูออนค่า  เรา NC 20-25 คุชชั่นตัวนี้แทบไม่มีความเหลือง มันขาวแบบเอาสีขาวทาหน้าเลยค่ะ ที่ยิ่งกว่านั้น ทาแล้วมันหนุบหนับ ไม่สบายผิวเอาซะเลย ถ้าจะให้เปรียบคือเหมือนเอาลิปบาล์มทาหน้า ผมติดหน้า หน้ากลายเป็นเครื่องดูดฝุ่นมาติดย่อมๆเลย แต่คุชชั่นเนื้อแมต(แบบหนึบๆ) เลยกลายเป็นว่าระหว่างวันจะทำให้ผิวแห้ง ไม่ได้มีความโกลว ดิวอี้แบบเกาหลีเบาๆก็ไม่มี แทบแมตสนิท มันปกปิดมากๆจนดูเคกกี้ หนาเตอะ เหมือนไปเน้นรูขุมขน รอยอารยธรรมบนใบหน้า แถมตกร่องอีกนะ ด้วยเทกเจอร์แบบที่ว่า จึงไม่เหมาะกับปัดแป้ง ระหว่างวันเป็นคราบด้วยค่ะ พูดง่ายๆคือทาแล้วเหมือนมันกองอยู่บนผิว ไม่ได้ทำให้ผิวดูสวยขึ้นแต่อย่างใด ฝืนใช้สามที พอเลยค่ะ ใช้เหมือนทำให้ผิวขี้เหร่ลง


"Dior Lip Glow"




เป็นลิปบาล์มที่ใครๆก็พูดถึงในแง่ดี คุณสมบัติพิเศษคือเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ หลังจากเราได้ลองใช้มันดีนะคะ สีสวย ใช้ความชุ่มชื้นดี ไม่เหนียวเหนอะ เปลี่ยนสีจริง แต่ที่เราผิดหวังคือ ราคาเท่านี้จ่ายให้ลิปบาล์มเปลี่ยนสี มันไม่ใช่สำหรับเรา คือนึกภาพพวกลิปมันเปลี่ยนสีของบ้านเรายุค '90 ออกมั้ยคะ ดิออร์ไม่ทำให้เราว้าว ปลาบปลื้มอ่าค่ะ แต่ด้วยที่มันเป็นดิออร์ เนื้ออะไรมันก็ดีกว่า แต่ราคานี้เราสามารถซื้อลิปบำรุงดีๆได้หลายแท่งมาก แล้วยิ่งถ้าเป็นคนมีลิปสติกเยอะ ซื้อตัวนี้ไม่คุ้มเลย จะเอาไปทาบำรุงก่อนทาลิปสติกก็ไม่ได้เดี๋ยวสีเพี้ยน ทาก่อนนอนก็ผิดจุด

คิดว่าเหมาะกับคนที่แต่งหน้าไม่มาก มีเครื่องสำอางน้อยชิ้น ชอบแต่งลุคใสๆ ธรรมชาติ ซื้อมาแล้วมีโอกาสทาบ่อย แฮปปี้กับสีที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิอะไรแบบนี้


กันแดด ลาโรช " La Roche-Posay ANTHELIOS ULTRA-LIGHT FLUID SPF50+/PPD42/PA++++ "






ในแง่กันแดด ประสิทธิภาพให้เต็มร้อย กันแดดดีมาก แต่เนื้อสัมผัสมันย่องมากๆ ทาแล้วทำให้หน้ามันอย่างรุนแรง ไม่ได้ Ultra Light แบบคำเคลมทางแบรนด์ว่า มันแบบไม่ซึม ทาแล้วมันยังไง ก็มันแบบนั้นไม่ทั้งวันค่ะ แถมทาแล้วซับๆที่มันออก ระหว่างวันก็ทำให้หน้ามันอีก ไม่เหมาะกับไปแต่งหน้าต่อ ทำให้เครื่องสำอาง เกิดคราบ ทาแป้งไม่ติดผิว ด้วยความที่ไม่ใส่น้ำหอม กลิ่นครีมกันแดดรุนแรงเอาเรื่อง ใช้แรกๆยังไม่ชิน กลิ่นเหมือนครีมบูด ทาไม่ดีเกิดคราบขาวเป็นหย่อมๆ กันแดดลอกเป็นขุยๆออกมาบ้าง แครี่กันแดดตัวนี้ไม่ไหวจริงๆ ทาแล้วหน้ามันมาก ทำให้แต่งหน้าไม่ได้อ่ะค่ะ ทาเฉยๆ ไม่แต่งหน้า เหมือนกันแดดมันไม่มีความซึมใดๆ  ข้อเสียอีกข้อคือราคาแพงกว่าฝรั่งเศสมาก ไปสืบราคายูโรมาคิดเป็นไทยขวดละ 500-600 บาท  ราคาในวัตสัน บู๊ทส์ บ้านเรา 1,330 บาท แพงเกินไปมาก แต่ยอมรับประสิทธิภาพกันแดดดีจริงๆ ไม่แสบ ไม่คล้ำ เวลาตากแดด




"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ"