1.15.2561

Best skincare of 2017

สวัสดีค่ะ สวัสดีปีใหม่ 2018 ต้องขอโทษผู้อ่าน หายไปเป็นพักๆสำหรับบล็อกนี้ แถมยังมาทำ Content เดอะเบสของปี 2017 ช้าไปอีก โดยบล็อกนี้เราจะรวมสกินแคร์ชิ้นเด็ดที่ชอบและหยิบใข้บ่อยที่สุดในปีที่ 2017 ที่ผ่านมา อาจไม่ครบทุกหมวดหมู่ เพราะเลือกเฉพาะอันที่ชอบจริงๆ หลังๆเน้นบำรุงผิวมากกว่าแต่งหน้าอีกค่ะ 

สภาพผิวเรา : ผิวผสมทีโซนมันในหน้าร้อน/แห้งในหน้าหนาว ส่วนข้างแก้มนี่แห้งมาก


Bifesta Cleansing Lotion Acne Care
ปริมาณ 300 ml ราคา 290 บาท, รีฟิล 220 บาท
Made in Japan



ตัวนี้ชนะ Dove, Bioderma เลยนะสำหรับเรา หยิบใช้บ่อยกว่า Bioderma มากๆ ตรงใจเราที่สุดคือเป็นคลีนซิ่งที่เช็ดแล้วไม่แห้งตึง สบายผิว ให้ความชุ่มชื้นกับผิว หนึบนิดๆ ไม่แพ้ ไม่คัน สำหรับ Bifesta เราใช้สูตรอื่นแพ้ คันและผื่น แต่สูตรนี้ดีมาก ถูกกับผิวเราสุดๆ แถมมีรีฟิลรักโลกไปอีก เลยไม่รู้จะซื้อคลีนซิ่งแพงๆไปเพื่ออะไร ในเมื่อตัวนี้ราคาน่ารัก จัดโปรบ่อย แถมใช้ดีมากๆ


Muji Cleansing oil
ปริมาณ 500 ml ราคา 495 บาท
Made in Japan



ตัวนี้ก็เบียดชนะ DHC อดีตลูกรัก ก่อนที่เราจะขึ้นไซส์ใหญ่ เราซื้อไซส์ปกติมาลองก่อน ใช้จนหมด ก็ซื้อซ้ำ ใช้ดีมาก ส่วนผสมดี ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน แอลกอฮอล์ น้ำหอม และ Mineral oil ตัวนี้เป็นออยจากธรรมชาติ 100% เนื้อเหลวๆ ไม่ข้นเกิน ไว้ใช้วันแต่งหน้าแบบหนักๆ ล้างหมดจด สะอาด ไม่แพ้ ไม่มีความมันตกค้าง จริงๆรู้สึกว่าแอบแห้งเหมือนล้างโฟมหลังใช้ ช่วงหนาวๆหน้าแห้ง จะใช้แล้วไม่ล้างโฟมตาม เดี๋ยวจะหน้าแห้งเกิน ใช้แล้วไม่มีสิวขึ้น ดีมาก ราคาก็น่ารักอีกแล้ว


Suisai beauty clear powder
Made in Japan ราคาประมาณ 270-300 บาท




เป็นผงแป้งล้างหน้า ที่ทำแพ็คเกจดีมาก ผงแป้งโดนน้ำแล้วจะเกิดฟอง ล้างหน้าสะอาดแต่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง สะดวกมากเวลาเดินทาง ไม่ต้องแบกโฟมล้างหน้าหนักๆ ใช้เสร็จอันนึงก็ทิ้ง ดีใจที่บ้านเราเอาเข้ามา แถมราคาน่ารัก  ไม่ต้องไปหิ้วเข้ามาเองให้ลำบาก


Muji Toner
ปริมาณ 200 ml ราคา 295 บาท
Made in Japan



เป็นโทนเนอร์ที่ใช้ต่อเนื่อง เมื่อก่อนไม่เห็นความจำเป็นของโทนเนอร์ แต่พบว่ามันดีมาก โดยช่วงที่ผิวขาดน้ำหรืออากาศแห้ง เราพบว่าการเลเยอร์ผลิตภัณฑ์ซักสองสามชั้น ดีกว่าการทาครีมหนักตู้มเดียวจบ  ตัวนี้เป็นสูตร High Moisture จะเข้มข้นกว่าสูตร Light หนึบนิดๆหลังเช็ดเสร็จ แต่ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทำให้หน้ามัน


Sulwhasoo First Care Serum Ex
ปริมาณ 60 ml ราคา 2,800 บาท
Made in Korea



ไม่อยากยอมรับเลยว่าชอบ เพราะคนชอบเยอะ กลัวนางขึ้นราคาอีก ซื้อเจนแรกก่อนปรับปรุงสูตรค่าตัว 2,600 บาท ได้โปรดอย่าขึ้นราคาเลยนะ 555 ตัวนี้เป็นเหมือนพรีซีรั่ม เนื้อบางเบา ซึมเร็ว หอมโสมอ่อนๆ เราใช้ทาทั้งรอบดางตา ริมฝีปาก ใช้แล้วเห็นผลว่าผิวดีกว่าตอนที่ไม่ใช้ ใช้มาหลายขวดมาก


Clarins Double Serum
ปริมาณ 30 ml ราคา 3,700 บาท
Made in France



เป็นซีรั่มผสม oil ที่ไม่เหนียวเหนอะ ซึมเร็ว ไม่ทำให้หน้ามัน ใช้ระยะยาว ผิวเรียบเนียน ดูอิ่มฟู หน้าไม่โทรม ใช้มาตั้งแต่สูตรเก่า จนเค้าออกรุ่นปรับปรุงใหม่ก็ชอบค่ะ มีกลิ่นน้ำหอมกุหลาบอ่อนๆไม่ฉุน


La roche posay cicaplast baume b5
ปริมาณ 40 ml ราคา 450-500 บาท
Made in France



เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับคนผิวแห้งมากหรือผิวผสมค่ะ เนื้อครีมค่อนข้างข้น แต่ไม่ถึงขึ้นเหนอะหนะ ตัวนี้เป็นฮีโร่ช่วงที่ผิวอ่อนแอ หน้าแพ้ หน้าแห้งลอก หรือไปเมืองหนาว จะขาดไม่ได้ ให้ความชุ่มชื้นดีมาก จริงๆเหมือนครีมสารพัดประโยชน์ ทาปากเป็นลิบบาล์มก็ได้ อากาศติดลบเอาอยู่ แต่หน้าร้อนอาจเหนอะผิวไป ทาได้แค่กลางคืน ข้อเสียคือมี Zinc Oxide ทาแล้วจะดูขาวๆ เหมือน White Cast ในกันแดดค่ะ 


Sulwhasoo overnight vitalizing mask
ปริมาณ 120 ml ราคา 1,600 บาท
Made in Korea



เหมือนใช้แล้วหยุดใช้ไม่ได้ Addicted มาก ทั้งๆที่ตามหลัก พวกสลีปปิ้งมาร์สก็เหมือนมอยเจอร์ไรเซอร์ตัวนึง ที่มีสารบำรุงอะไรแบบนี้ ไม่ได้ถึงกับจำเป็น แต่เราใช้ช่วงผิวเครียดๆ นอนน้อย หรืออยากบำรุงผิวเป็นพิเศษ รู้สึกเห็นผล ตื่นมาหน้านิ่ม ดูนอนอิ่ม เนื้อแอบหนัก แต่ทาแล้วเปิดแอร์นอนโอเคมาก หอมโสมสไตล์ Sulwhasoo


lip balm



NUXE baume levres reve de miel
ปริมาณ 15 g ราคา 300-500 บาท
Made in France

ตัวนี้ไม่ขายในไทย มีขายที่ร้านขายยาที่ฝรั่งเศส  มันดีมาก ดีกว่าลิปบาล์มแพงๆที่เคยใช้ ให้ความชุ่มชื้นแบบครีมมี่บัตเตอร์ ที่ไม่ทำให้ปากมันเหมือนกินมันหมู ทากลางคืนชุ่มชื้นนานถึงเช้าเลย


La roche posay cicaplast levres barrier repairing balm
ปริมาณ 7.5 ml ราคา ประมาณ 200-300 บาท
Made in France

ชอบรองมาจาก nuxe เนื้อนุ่ม ครีมมี่บัตเตอร์เบาๆ ไม่มันแบบน้ำมันหมู ให้ความชุ่มชื้นกำลังดี ทาได้ทั้งกลางคืนและก่อนแต่งหน้า แพ็คเกจดี ราคาโอเค ซื้อซ้ำตลอด


face oil



Trilogy certified organic rosehip oil
ปริมาณ 20ml ราคา 840 บาท
Made in New Zealand

ชอบมากสำหรับตัวนี้ ขวดที่ 2 แล้วค่ะ แน่นอนว่าต้องมีขวดต่อไป เราใช้เอาออยผสมมอยเจอร์ไรเซอร์ บางทีก็ทาเดี่ยวๆขั้นสุดท้าย เพื่อล็อคความชุ่มชื้น ไปเที่ยวอากาศติดลบนี่เอาอยู่มาก ทาป้องกันริ้วรอย ลดริ้วรอยตื้นๆได้ ทาแล้วชุ่มชื้นแต่ไม่ทำให้หน้ามันค่ะ ต่อข้อเสียคือจะมีกลิ่นธรรมชาติที่แอบกลิ่นเหมือนคาวปลา แต่ไม่ได้เหม็นแบบรุนแรงนะคะ เลยใช้แค่กลางคืน

DECIEM The Ordinary 100 plant-derived squalane oil
ปริมาณ 30ml ราคาประมาณ 400-500 บาท
Made in Canada

ตัวนี้ไม่ขายในไทย ต้องสั่งพรีฯ เราชอบใช้ตอนเช้าเพราะ เนื้อเบากว่า Triology รู้สึกได้ว่าซึมลงผิวดี แต่ให้ความชุ่มชื้นติดทน อากาศติดลบเอาอยู่ ไม่ทำให้หน้ามัน ราคาน่ารัก ไม่มีกลื่นรบกวน หน้าร้อนก็ใช้ได้ เพราะเนื้อเบาไม่ข้น



Kanebo Allie extra uv gel (mineral moist neo) spf50+ pa+++
ปริมาณ 40ml ราคา 450-500 บาท
Made in Japan





เนื้อเจลเบาสบายผิว กันแดดครบ ไม่ลอกเป็นขุย ไม่เกิด White Cast เป็นจูออน ใช้เป็นเมคอัพเบสได้ ถึงจะมีแอลกอฮอล์ แต่คนหน้าแห้งใช้ได้ค่ะ เพราะให้ความชุ่มชื้นจริง ถึงให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่ทำให้หน้ามันค่ะ ใครผิวมันมากๆอาจจะชอบอีกรุ่นที่เป็นหลอดสีชมพูมากกว่า แต่ส่วนตัวเราชอบอันนี้มากกว่า เนื้อมันละมุน แต่งหน้าต่อได้ ใช้เป็นเบสเมคอัพได้ในตัว ทาซ้ำระหว่างวันได้แบบกดๆบนผิว ไม่เป็นคราบ เราแพ้ Anessa สุดๆ ใช้แล้วคันมาก จากนั้นผื่นขึ้น(เปิดใจลอง 3 สูตร แพ้หมด T T) แต่ Allie นี่ไม่แพ้ ใช้วนไปแทบทุกสูตร ชอบสูตรนี้สุดค่ะ ใช้มาหลายหลอดจนเลิกนับ มีซื้อตุนไว้ตลอด แต่หาซื้อยากไปนิด มีขายวัตสันแค่บางสาขาค่ะ



หมดแล้วค่ะ สำหรับสกินแคร์ชิ้นโปรดของปี 2017 ที่ชอบทิ้งหมดทั้งมวล ถ้ามีโอกาสจะทำรีวิวเจาะลึกให้อ่านนะคะ ต้องขอบคุณทุกคนทีเข้ามาอ่านหรือติดตาม ผลลัพธ์ของการใช้สกินแคร์อาจต่างกันไปตามแต่ละบุคคล เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวไม่เหมือนกัน รวมถึงความชอบต่อผลิตภัณฑ์ก็ต่างกันไป ของที่เราชอบ อาจเป็นของที่เพื่อนๆไม่ชอบ ถ้าเป็นไปได้ควรเทสต์ทุกครั้งก่อนซื้อค่ะ ส่วนเดอะเบสหมวดเครื่องอางตามลิ้งนี้ไปได้เลยค่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น