8.26.2554

Review : แป้งผสมรองพื้นลูกรักตัวใหม่ของเรา ❤•°º¤ Diorskin Nude Natural Glow Sculpting Powder makeup SPF 10


สวัสดีค่ะ หายไปนานมากเลย 
วันนี้เลยแวะมาเห่อ&รีวิว แป้งใหม่ที่เพิ่งสอยมาค่ะ : )



แป้งที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้คือแป้งผสมรองพื้น 
Diorskin Nude  Natural Glow Sculpting Powder makeup SPF 10
เราใช้ เบอร์ 021 นะคะ ออกโทนขาวเหลือง





แป้งรุ่นนี้ BA เคยให้เทสเตอร์มาลองแล้วติดใจเก็บไว้ในwish list รอวันสอย 
และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง สอยมาในที่สุดค่ะ ฮี่ๆ : )

รายละเอียดต่างๆของแป้ง




แป้งรุ่นนี้จะมีให้ทั้งพัฟแล้วก็แปรงเลยค่ะ แปรงก็คุณภาพดีขนนุ่มมาก
ปกติเราจะชอบใช้แปรงปัดแป้งเพราะดูธรรมชาติกว่าใช้พัฟค่ะ
มีซองผ้ากำมะหยี่(เปื้อฝุ่นง่ายมากก)มาให้ตามสไตล์Dior มีชองข้างหน้าสำหรับใส่แปรงค่ะ




ตัวตลับเป็นสีเงินๆ แอบเป็นรอยนิ้วมือง่าย 




ข้างหลัง




มาเปิดตลับกันดีกว่าค่ะ ข้างในก็จะมีแผ่นพลาสติกครอบ+พัฟ
เรารู้สึกว่าพัฟทั้งสองด้านเนื้อไม่เหมือนกันนะคะ
ด้านนึงจะเป็นแบบกำมะหยี่ ด้านนึงจะเป็นแบบฟองน้ำธรรมดาค่ะ




แป้งจะ 3 สีในหนึ่งตลับ 
      สีบนสุด :: จะเป็นสีที่สว่างที่สุด+มีกลิตเตอร์เล็กๆ ไว้ทำไฮไลท์
สีตรงกลาง  :: จะเป็นสีที่เข้มที่สุดไว้ทำเฉดดิ้ง
        สีล่างสุด :: เป็นสีโทนธรรมชาติโทนเดียวกับผิวเรา ไว้ทาปกติ


ลายแป้งสวยมาก อิอิ
เปิดแฟลช

แสงไฟในห้อง+ปิดแฟลช

** ภาพที่เราถ่ายมาสีเพี้ยนนะคะ  เพราะถ่ายกับแสงไฟในห้อง สีจริงๆแป้งออกเหลืองมากกว่านี้ พยายามไม่ให้สีมันเพี้ยนแล้วแต่ฝีมือไม่ดีเลยไม่สามารถค่ะ T^T  ขอโทษด้วยค่า  วันหลังจะพยายามถ่ายแสงปกติตอนกลางวันค่ะ คือเราเป็นพวกชอบคึกถ่ายรูปรีวิวตอนดึกค่ะ แหะๆ >"< ***


Review

เนื้อแป้ง 
เนื้อเนียนละเอียด ถึงจะเป็นแป้งผสมรองพื้นแต่บางเบาไม่หนาไม่เน้นปกปิดค่ะ เน้นความบางเบาเป็นธรรมชาติ ยิ่งถ้าใช้แปรงลงยิ่งดูธรรมชาติ เปรียบเทียบตัวนี้กับ Chanel matte lumiere extreme ที่เราเคยใช้เมื่อก่อน Chanel จะดูเนียนเด้งกว่าแต่ดูรู้ว่าทาแป้งผสมรองพื้น แล้วก็Chanelเนื่องจากแป้งเป็นเนื้อMatteบางทีทาไปที่คนสาวหน้ากลมอย่างเรารู้สึกว่ามันดูแห้งแมทแบนๆไม่มีชีวิตชีวา    ส่วน Dior จะบางเบาแล้วก็ธรรมชาติกว่า ทาแล้วเหมือนละลายกลืนไปกับผิวเราแต่ก็ทำให้หน้าเราดูเนียนเด้งแบบธรรมชาติสามารถใช้ได้ทั้งแบบแยกทีละสีเพื่อสร้างมิติกับหน้าแล้วก็สามารถใช้แบบปาดรวมๆกันก็ได้ค่ะ

ระหว่างวัน
สีไม่ดร็อปนะคะสำหรับเรา ทาไปซักพักพอแป้งเซ็ตตัวผิวจะดูglowแต่ไม่มัน แต่ไม่ได้ถึงขนาดDewyวาวขนาดสาวเกาหลีนะคะ ดูglowแบบธรรมชาติมากกว่าค่ะ เรื่องความติดทนเราทาตั้งแต่บ่ายประมาณเที่ยงคืนโดยไม่เติมแป้ง แป้งยังอยู่ยังเด้งนะคะ อาจมีแป้งหลุดๆไปนิดนึงตรงT-ZONE ถ้าใครหน้ามันมากๆอาจต้องเติมระหว่างวันค่ะ

สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ 
เราชอบที่แป้งมีสามเฉดไว้ทำไฮไลท์/บรอนเซอร์ ทำให้หน้าดูมีมิติ วันไหนรีบๆไม่ต้องมานั่งหานั่งลงไฮไลท์ บรอนเซอร์ทาซ้ำหลังทาแป้ง แต่สีบรอนเซอร์ไม่ได้เข้มมากเหมือนบรอนเซอร์ทั่วๆไปนะคะ อันนี้จะออกแนวธรรมชาติกว่าค่ะ  ส่วนถ้าใครชอบให้หน้าดูวาวมากๆอาจจะเน้นทาตรงส่วนแป้งที่สีอ่อนสุดที่เป็นไฮไลท์ก็ได้ค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ
ตรงช่องที่ใช่พัฟ/แปรง ไม่รูระบายอากาศ ตั้งแต่ใช้แป้งมาหลายๆตัวเพิ่งเคยเห็นแป้งที่ไม่ทำรูระบายอากาศที่ช่องพัฟ/แปรงนี่แหละค่ะ กลัวมันจะชื้นหรือไม่ถ่ายเทจัง แล้วก็ไม่ชอบที่ทาไปนานๆตรง T-ZONE มีแป้งหลุดเล็กน้อยนี่แหละค่ะ เราเป็นพวกไม่เติมแป้งระหว่างวันค่ะ ชอบลืมเติม+ขี้เกียจพกแป้ง สุดท้ายคือราคา แพงแต่ดีเลย(จำ)ยอม555 ยังดีหน่อยที่เราเป็นคนใช้แป้งไม่เปลืองนานมากๆกว่าจะหมดเพราะอย่างที่บอกเป็นคนไม่เติมแป้งระหว่างวัน แป้งรุ่นนี้มีรีฟิวให้เปลี่ยนนะคะหลังใช้หมด


จบแล้วค่ะ ไม่ได้อัพบล็อกนานเหมือนคนเก็บกดเลยเนอะ อัพซะยาวเลยค่ะ 

หวังว่ารีวิวของเราจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่เข้ามาอ่านบ้างนะคะ 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน มาดูรีวิวของเรานะคะ ขอบคุณค่ะ : )

7.17.2554

REVIEW & SWATCH ลิปสติก MAC สี Plumful, Morange, Kinda Sexy, Please me,Viva Glam Gaga

สวัสดีค่ะ ได้ฤกษ์อัพBlogซะทีหลังจากไม่ได้อัพนานพอสมควร

คือเราเป็นคนที่ถ้ามีไฟอยากอัพBlog จะถ่ายรูป,ลงรูป,แล้วอัพรวดเดียวจบ ทำภายในวันเดียวทุกอย่าง
ประมาณว่ามีไฟอยากอัพBlogต้องได้อัพ คือถ้าวันไหนมีไฟจะเพลินมากสนุกกับการอัพจนลืมเหนื่อยเลย 
แต่ถ้ามีเรื่องอะไรมาทำให้กร่อยตอนมีไฟที่จะอัพก็จะหมดอารมณ์อัพไปเลย  ต่อให้เคยมีไฟแค่ไหนก็ตาม

..

แฮ่ๆ พล่ามซะเยอะ จริงๆวันนี้แปลกมากไม่ได้มีไฟเหมือนก่อนๆที่เคยอัพเพราะเอารูปเก่าที่เคยถ่ายไว้มาทำรีวิว  มีช่วงนึงว่างมากเลยเอาลิปสติก MAC มาถ่ายรูปไว้เล่นๆว่าจะทำรีวิวแต่ก็ลืมไปเฉยเลย แล้ววันนี้เรามานั่งเปิดดูรูปเลยมีความคิดว่าเอามาทำรีวิวดีกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนค่ะ









     ปาดให้ดูกันค่ะสีลิปสติกกันค่ะว่ามีสีอะไรบ้าง แต่ละสีเป็นยังไง






ต่อไปจะเป็นสีที่ทาได้บนปากเราแล้วก็รีวิวนะคะ  ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าพื้นสีปากของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะสีลิปสติกที่ทาได้บนปากอาจจะแตกต่างกันออกไปตามพื้นสีของปากแต่ละคนค่ะ ยังไงดูจากสีที่ปาดลงบนแขนน่าจะใกล้เคียงกว่าที่ทาลงบนปากเราค่ะ


ชื่อสี :: Plumful
เนื้อลิปสติก :: Lustre

MAC  PLUMFUL LIPSTICK

ซื้อมาปีที่แล้วประมาณช่วงปีที่แล้ว คือจำได้ว่าอ่านในนิตยสารแล้วเห็นนางแบบทาลิปสีม่วงพลัม(แต่ทึบกว่านี้)แล้วสวยมากอยากได้บ้าง แต่ไม่อยากได้โทนทึบๆเท่านางแบบในนิตยสาร อยากได้สีพลัมที่ใช้ได้บ่อย BAเลยแนะนำสีนี้มา ซึ่งถูกใจมากค่ะ เป็นพลัมเจือชมพูที่ทาได้บ่อยดูแถมไม่แก่ ไม่ cool หรือ warm จนเกินไป คิดว่าสีนี้ดูดีกับทุกสีผิว เนื้อลิปสติกถือว่าชุ่มชื่นพอสมควร  ลิปสติกมีความทึบแสง กลบสีปากได้มิด แต่สีนี้เราก็ไม่ได้ใช่บ่อยเท่าพวกสีนู้ด สีส้ม สีชมพูอยู่ดีค่ะ 

คะแนน  4/5



MAC MORANGE LIPSTICK

ชื่อสี :: Morange
เนื้อลิปสติก :: Amplified

REVIEW :: สีนี้เปรี้ยวปรี๊ดดด ส้มจี๊ดจ๊าดนีออนสุดๆ ไม่ค่อยเหมาะจะทาทุกวันแต่ทาเวลาไปเที่ยวหรือออกงานเก๋และเริ่ดมาก แต่ด้วยสีมันแรงเราเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสทาเท่าไร เนื้อลิปชุ่มชื่นดีค่ะทาแล้วปากไม่แห้ง ติดทนพอสมควรค่ะ เม็ดสีเยอะมากๆๆสำหรับสีนี้ ค่อนข้างชอบนะคะแต่ได้ทาน้อยมากรู้สึกใช้ไม่คุ้ม T^T สิ่งที่ไม่ชอบคือถ้าผิวออกเหลือง ทาสีนี้หน้าจะดูเหลืองเข้าไปอีกค่ะ

คะแนน  2.5/5


ชื่อสี : Kinda Sexy
เนื้อลิปสติก : MATTE


MAC KINDA SEXY LIPSTICK


สีนี้เป็นสีที่เราชอบมากๆๆ ทาบ่อยที่สุดช่วงนึงเลยค่ะ สีคอรัลปะการังอมน้ำตาลตุ่นๆ โอ๊ยบรรยายไม่ถูกค่ะ 555 เป็นสีที่เราชอบสุดๆ ทาแล้วมีเพื่อนทักหลายคนเลยว่าสีลิปสวยติดทน สามารถใช้แต่งหลายๆลุค เข้ากับสีบลัชออนสีอายแชโดว์หลายสีเลยค่ะ แต่มันมีข้อเสียตรงที่เป็นเนื้อ Matte นี่แหละค่ะ บางวันบำรุงไม่ดีอาจเป็นคราบได้ บางทีมีตกร่องบ้าง 

คะแนน  4/5


ชื่อสี : Please me
เนื้อลิปสติก : Matte
MAC PLEASE ME LIPSTICK

เป็นลิปสติกแบบชมพูเจือน้ำตาล ไม่ซีดเกินไปแล้วก็ไม่สีจัดแจ๋นเกินไป  เป็นลิปสีชมพู๊ ชมพูที่ทาได้ไม่เขิน(คือเราเป็นคนไม่ค่อยชอบทาลิปสีชมพู รู้สึกเขินๆแปลกๆแล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับตัวเองเวลาทาลิปชมพูบางอัน 55) สีสวยแล้วก็ทาได้บ่อยๆเรื่อยๆค่ะ  สีติดทน แต่ข้อเสียเหมือนตัวข้างบนค่ะ ลิปเป็นเนื้อ Matte บางทีมีเป็นคราบแล้วก็ตกร่องต้องบำรุงดีๆค่ะ 

คะแนน  4/5


ชื่อสี :: Viva Glam Gaga 
เนื้อลิปสติก :: Lustre

MAC VIVA GLAM GAGA LIPSTICK
ตัวนี้ไม่รู้ทราบว่าตอนนี้ยังหาซื้อได้รึเปล่านะคะ แต่ไหนๆก็ถ่ายรูปแล้วเลยเอามารีวิวด้วยซะเลย สีลิปเป็นสีชมพูอ่อนบาร์บี้สุดสีสวยน่ารักมาก มีความหวานแต่แอบเปรี๊ยว ทาแล้วถ่ายรูปออกมาดูสีสวย แต่เอาเข้าจริงๆสำหรับเราพอทาจริงๆในชีวิตประจำวันเราว่ามันไม่ค่อยเหมาะ คือสีมันสวยแต่ขาดความเป็นธรรมชาติไปหน่อยเวลา รู้สึกเขินๆถ้าให้ทาในชีวิตประจำวัน เลยไม่ค่อยได้ทาบ่อย เนื้อลิปชุ่มชื่นดี แต่ลิปสีนี้ถ้าใครมีสีปากที่เข้มอาจจะต้องลงลิปคอนซีลเลอร์ก่อนทาค่ะ เนื้อลิปสติกไม่ทึบแสง กลบสีปากได้ไม่มิด

คะแนน 2.5/5



จริงๆเขินมากเลยนะคะ กับการเปิดเผยปากสู่สารธารณะครั้งแรก >//<รู้สึกประหม่าประมาณว่าเราควรทำปากไงดีเนี่ยเวลาถ่ายรูป 555แต่ละรูปนี่ถ่ายได้รูปปากเหมือนคนละคนทั้งที่คนเดียวกัน แอบขำตัวเอง
แต่ยังไงก็ตั้งใจทำเต็มที่นะคะ  ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  <3





7.04.2554

ชวนมาดูเปิดถุง Shopping ร้อนๆ : ) NARS, MAC, OPI Pirate of The Caribbean

          สวัสดีค่า วันนี้เพิ่งไป shopping มาสดๆร้อนๆเลยเมื่อเย็นนี้ ฮี่ๆ : ) เลยอยากเอามาเห่อในblogนิดนุง อิอิ ช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวันเลย ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันดีๆนะคะ <3


           เรามาดูกันดีกว่าว่าไปช็อปอะไรกันมาบ้าง 
คราวนี้ภาพอาจไม่ค่อยชัดนะคะ เพราะใช้ iphone ถ่าย กล้องดันแบ็ตหมดตอนจะถ่ายพอดีค่ะ T^T



ภาพหมู่



ชิ้นแรก รองพื้น NARS Sheer Glow รองพื้นตัวนี้อยากได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่ยังไม่ดังที่ไทยเท่าตอนนี้ แต่ไม่รู้ทำไมไม่สอยซะที มัวแต่ลังเลๆ ไปสอยตัวนั้นตัวนี้มาลองจนลืมสอยน้องNARSจนได้ 555 คราวนี้สมใจเราซะทีสอยมาจนได้ อิอิ

NARS Sheer Glow Foundation # DEAUVILLE(Light4)


          จริงๆรองพื้นรุ่นนี้ฝาปั๊มต้องซื้อแยกนะคะ  รู้สึกถ้าใช้แบบไม่มีฝาปั๊มดูจะไม่ถนัดมือเลย




ต่อมา MAC Sheen Supreme Lipstickค่ะ คือเรามีปัญหากับลิปสติก MAC แบบรุ่นเก่ารุ่นปกติก็คือไม่ว่าจะเนื้อแบบไหนก็ทำให้ปากแห้ง+เป็นคราบ รู้สึกเศร้านิดๆเพราะมีแต่สีสวยๆทั้งนั้น แต่ว่ารุ่นนี้เห็นในรีวิวหลายๆคนบอกว่าเนื้อดีชุ่มชื่นให้อารมณ์ลิปสติก+ลิปกลอส เลยจะรีรอไปไย ไปสอยมาลองเร็วพลัน 55 ช่วงนี้รู้สึกเบื่อลิปสีชมพู สีส้ม สีนู้ดที่มีเลยจัดการสอยสีนี้มาซะเลย สีสวย+แปลกดีค่ะ

MAC Sheen Supreme Lipstick # Look at her


          มาถึงชิ้นนี้เป็นอะไรที่ทำให้การช็อปครั้งนี้สมบูรณ์ที่สุด 555 ยาทาเล็บไซส์จิ๋วของ OPI อยู่ในคอลเล็กชัน Pirate of The Caribbean มี 4 ขวด สวยทุกสีเลย :D



ชอบทุกสีจริงๆค่ะ ปลาบปลื้ม -w-




ยังอยู่ที่ยาทาเล็บ OPI ค่ะ เรียงจากซ้ายไปขวานะคะ


  • TICKLE MY FRANCE-Y : สีออกนู้ดๆ อันนี้สียอดฮิตของOPIค่ะ สาวๆหลายๆคนคงมีกัน
  • BASE COAT** : ใช้เป็นเบสลงก่อนลงสียาทาเล็บสีที่เราจะทา 
  • MERMAID'S TEARS : อยู่ในคอลเล็กชัน Pirate of The Caribbean ค่ะ สีสวยแปลกมากๆๆ ชอบ


ชิ้นสุดท้ายเราต้องมนต์สเน่ห์ CHANEL อีกแล้วค่า *0* ได้มาคราวนี้คือบลัชออนซึ่งอยู่ในคอลเล็กชันเดียวกับอายแชโดว์ที่รีวิวคราวที่แล้ว ( คลิกที่นี่เพื่อเข้าไปดู )  จริงๆอยากได้ตั้งแต่ไปสอยตัวอายแชโดว์ที่เคาน์เตอร์ละแต่ตัดอกตัดใจไม่สอย 555  แต่ก็ยังตัดอกตัดใจไม่สอย พยายามไปเสิร์ชหายี่ห้ออื่นแต่สีใกล้เคียงเผื่อจะประหยัดกว่า แต่อนิจจาไม่มีเลย แล้วสุดท้ายเห็นรีวิวของคุณมด CinnamonGal แล้วรู้สึกสีสวยมากกก ไม่มีไม่ได้แล้ว ลิมิเต็ดด้วย ในที่สุดก็เสร็จจนได้ไปสอยมาในที่สุด 5 5 5 

CHANEL JOUES CONTRASTE POWDER BLUSH ROUGE 148.367





สีจะออกแดงกลับกุหลาบ ตอนลองที่เคาน์เตอร์BAบอกปัดออกมาแล้วจะแดงแบบหิมะกัด :P เราว่าสีออกแดงใสๆน่ารักดีค่ะ ใครอยากดูรีวิวลองเข้าไปดูในBlogคุณมดCinnamonGalดูค่ะ ( คลิกที่นี่เพื่อเข้าไปดู )


เปิดแฟลชค่ะ เกือบลืมบอกไปค่ะ บลัชออนมีกลิ่นน้ำหอมตามสไตล์ชาแนลนะคะ บอกไว้เผื่อใครแพ้คสอ.ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมค่ะ



จบแล้วค่ะ เดี๋ยวยังไงบางตัวที่สอยมาตัวไหนใช้ดีไม่ดีหรือยังไงเราก็อาจจะมาทำรีวิวอีกทีค่ะ(ถ้าไม่ขี้เกียจ แฮ่ๆ ;P) ขอบคุณที่เข้ามาชมนะคะ :]

6.25.2554

Review ❀ เมื่อต้องมนต์ Chanel Eye Shadow สี Topkapi

 สวัสดีค่ะ ช่วงนี้กำลังอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ของป้าแนลค่ะ ฮี่ๆ : )  เพราะเราเพิ่งไปสอยอายแชโดว์ ป้าแนลมากำลังเห่อเลยค่ะตอนนี้ ตอนแรกลังเลระหว่าง Chanel กับ Lunasol รุ่นใหม่เพราะสวยทั้งคู่ แล้วก็เป็นลิมิเต็ดทั้งคู่เหมือนกันเลยค่ะ แต่ว่าไปลองเทสต์ดูแล้วชอบสีของ Chanel มากกว่า เลยสอย Chanel มาค่ะ พาเล็ตนี้อยู่ในคอลเลกชัน Chanel Byzance de Chanel Collection 2011 


ได้เวลาโชว์ตัวแล้ว อิอิ XD ก็ตามสไตล์ป้าแนลค่ะมีซองผ้ากำมะหยี่สีดำไว้สำหรับใส่ตลับอายแชโดว์
พาเล็ตนี้ชื่อ "Topkapi" ค่ะ




 มีพลาสติกนูนๆปิดก่อนจะเปิดมาเจอสีอายแชโดว์




 ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เป็นภาษาไทย+ราคา (อันโหดร้ายTT_TT)



ทิป(หัวฟองน้ำ)สำหรับทาอายแชโดว์มาให้สองอัน




 มาดูสีจากตลับกันค่ะ   สีที่เค้าจับมาไว้ในพาเล็ตนี้เราว่าลงตัวสุดๆเลยค่ะ ไม่ได้มีแต่สีน้ำตาลจนน่าเบื่อ แต่มีสีอื่นไว้สำหรับเล่นลูกเล่นในวันที่เบื่อแต่งตาโทนน้ำตาล  เราชอบสีที่อยู่บนขวาเป็นพิเศษค่ะ






ลองปาดสีลงบนนิ้วอันอ้วนกลมดู :D เนื้ออายแชโดว์รุ่นนี้จะนุ่มกว่ารุ่นทั่วไปของChanelนะคะ สามารถเบลนสีได้เนียนและง่าย ทุกสีจะมีความวาวแล้วก็มีกลิตเตอร์วิ๊งๆ จากที่ลองแต่งวิ๊งละเอียดมากไม่ร่วงเข้าตาเลยแล้วก็ไม่ดูเวอร์ค่ะ





ปาดสีบนหลังมือ สีอาจมีเพี้ยนๆไปตามแสงของคอมพิวเตอร์ของแต่ละคน  แต่สีจริงๆสวยมากๆๆๆเลยค่ะ เราว่าสามารถแต่งตาได้ทั้งเข้มๆแบบ Smokey eye ไปจนถึงลุคสุภาพดูเบาๆที่แต่งได้แบบทุกวัน หรือลุคเรียบหรูไปออกงานเลยนะคะ

 รูปข้างถ่ายในห้องแบบใช้แสงจากหลอดไฟแล้วก็ไม่ได้เปิดแฟลชค่ะ


 รูปข้างล่างเปิดแฟลชนะคะ



สรุป :: พาเล็ตนี้สำหรับเราปลื้มมากๆค่ะ เหมาะกับการแต่งตาโทนน้ำตาลแต่ไม่น่าเบื่อ เพราะแซมลูกเล่นเป็นโทนสีอื่นๆไว้ในพาเล็ตด้วย สีสันสามารถปรับใช้งานได้หลายลุค คุณภาพของอายแชโดว์ก็เริ่ดมาก ทำออกมาได้ดีสมกับเป็นลิมิเต็ดที่น่าไปเสาะหามามีไว้ครอบครอง แต่ข้อเสียเดียวคือราคานี่แหละโหดร้ายมาก แต่เพราะความสวยเลยยกโทษให้ค่ะ แหะๆ > <

 คะแนน :: 4.5/5 หักตรงแพงกับเป็นลิมิเต็ด รักพาเล็ตนี้ไปแล้ว ถ้าอยากได้อีกตอนมันหมดจะไปหาซื้อที่ไหนอีกล่ะนี่ในอนาคต  =  ="

จบแล้วค่ะ ลาไปด้วยภาพนี้นะคะ บ๊าย บายค่ะ  :3







6.10.2554

เห่อ & Swatch เซ็ทสุดคุ้มจาก NARS

สวัสดีค่าทุกคน :D
เดือนนี้เป็นเดือนของลิปจริงเพราะเราไปสอยลิปมาอีกแล้ว
หลังจากคราวที่แล้วทำรีวิวลิปกลอสไปหยกๆ 

เราเพิ่งไปสอยเซ็ทลิปสุดคุ้มของNARSมาค่ะ  ชื่อเซ็ท Makeup Your Mind : Express Yourself Lips
ถ้าปกติซื้อลิปทั้งหมดในเซ็ททั้ง4แท่งตอนที่ยังไม่จัดเซ็ทจะราคา 3,800 บาทค่ะแต่พอจัดเป็นเซ็ทแล้วเหลือราคา 2,250 บาท ไม่สอยไม่ได้แล้วสีสวยๆทั้งนั้นเลยในเซ็ท : )

ใครอยากดูภาพขยายจากหน้าเว็บคลิกที่รูปได้เลยนะคะ
อารัมภบทมามากละ มาชมกันเลยดีกว่าเนอะ

หน้ากล่อง


 หลังกล่อง ลิปทุกแต่งมีอายุ24เดือน(ดูได้จากสัญลักษณ์24M)หลังเปิดใช้นะคะ


 ราคา+ข้อมูลของลิปแต่ละแท่ง


 เปิดกล่องออกมาแล้วก็พบโฉมงามทั้ง4  ..



 ทีนี้เรามาดูswatchสีแต่ละแท่งกันค่ะ


จากซ้ายไปขวานะคะ

1.NARS Pure Matte Lipstick สี Bangkok : ลิปเนื้อแมทสีชมพูกลีบบัว ตัวนี้อยากได้นานแล้วได้โอกาสสอยซะที แต่เพราะเป็นเนื้อแมทอาจทำให้ปากแห้งก็ควรต้องทาบำรุงดีๆก่อนทาลิปตัวนี้ค่ะ

2. NARS Velvet Matte Lip Pencil สี Dolce Vita : เรามีบลัชออนสีDolce Vitaนี้พอดี ติดใจสีบลัชออนเค้ามาก สีแดงตุ่นๆอมน้ำตาลนิดๆทาแล้วดูแก้มแดงธรรมชาติแบบดูสุภาพดีค่ะ สีลิปก็สวยไม่แพ้กัน เหมาะกับคนอยากทาลิปโทนแดงแต่ไม่แปร๊ด เนื้อลิปเป็นเนื้อแมทนะคะ

3.NARS Lipgloss สี Orgasm : เราไม่ค่อยกลิ่นลิปกลอสนาร์สเท่าไร แต่สีลิปกลอสตัวนี้ก็สวยดีค่ะ

4.NARS Lipstick สี Roman Holiday : สีนี้ตอนแรกมองดูจากแท่ง ก็คิดว่ามันชมพูไปป่าว แต่ปาดออกมาแล้วกรี๊ดเลยค่ะ สีสวยหวานมาก เนื้อลิปจะบางเบาไม่หนาให้ความชุ่มชื่นแล้วดูวาวๆหน่อยค่ะ


=> เรื่องความติดทนขอยกให้สี Bangkok กับ Dolce Vita เลยค่ะ เพราะว่าตอนเราปาดสีลงบนหลังมือเพื่อถ่ายรูป พอเสร็จจากนั้นก็ไปอาบน้ำแต่ลืมเอาคลีนซิ่งเช็ดลิปที่ปาดไว้ที่หลังมือ พออาบน้ำเสร็จนึกขึ้นได้ยกหลังมือมาดูสีอื่นออกไปหมดละ เหลือแค่สี Bangkok กับ Dolce Vita จางลงนิดนึงจากตอนแรกแต่ยังติดอยู่ค่ะ 




จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะ ♡  ♡ 



6.07.2554

Review ★★ ลิปกลอสดีๆที่ไม่เหนียวเหนอะค่ะ Revlon // CHANEL

สวัสดีค่า เราเพิ่งไปสอย Lip Gloss แท่งใหม่มาลองใช้แล้วเราชอบมากค่ะ อยากมารีวิวเผื่อเป็นข้อมูลสำหรับใครที่กำลังจะตัดซื้อ Lip Gloss หรือกำลังสนใจ Lip Gloss รุ่นที่เรารีวิวอยู่ แล้วทีนี้ก็เลยถือโอกาสเอาลิปกลอสอันเก่าตัวนึงที่ใช้อยู่นั่นคือ Chanel มารีวิวด้วยเลยค่ะ ^^ 


เริ่มจากลิปกลอสที่ไปสอยมาสดๆร้อนๆ นั่นก็คือRevlon รุ่น Colorburst ค่ะเมืองไทยเอาเข้ามาขาย 10 สี 
สีที่สอยมาชื่อสี "Crystal Lilac/Lilas cristallin" เบอร์002 มายลโฉมกันเลยค่ะ 





รุ่นนี้เราชอบที่เป็นลิปสีชมพูเหลือบม่วง สีสวยเก๋มว๊ากกค่ะ รูปข้างบนไม่ค่อยเห็นความเหลือบม่วงเท่าไรเดี๋ยวจะโชว์ให้ดูในรูปข้างล่างนะคะ เห็นเหลือบม่วงกันบ้างมั้ยเอ่ย กล้องเราจับความเหลือบๆไม่เก่งเลย =*=




ที่ทาเป็นแบบนี้ค่ะเหมือนลิปกลอสทั่วไป 
แต่ตรงปลายที่ไว้สำหรับทาสามารถโค้งงอได้ไปตามการทาของเรา






swatchสีออกมาแล้วได้ประมาณนี้ค่ะ จะเห็นวิ๊งๆสีม่วง+วิ๊งสีเงิน วิ๊งละเอียดกำลังดีค่ะ
(กดคลิกไปทีรูปจะเห็นแบบซูมๆวิ๊งชัดๆค่ะ)


REVIEW : ตัวแท่งแพคเกจสวยงาม  สีชมพูนู้ดๆเหลือบม่วงทาเดี่ยวๆลงบนปากแล้วทำให้ปากดูวาวๆเป็นสีชมพูสว่างขึ้นแล้วก็เห็นความเหลือบม่วงนิดๆค่ะ ทาทับลิปก็เพิ่มความเก๋ให้ลิปได้ไม่เบานะคะ เนื้อลิปทาไปแล้วให้เม็ดสีที่ชัดเจนพอสมควรแล้วก็ให้ความทึบปิดสีริมฝีปากได้เล็กน้อยค่ะ เรื่องความติดทนก็ไม่ค่อยติดทนตามประสาลิปกลอส แต่ว่าถึงความวาวของลิปกลอสจะหลุดไปแต่พวกวิ๊งๆสีม่วงก็ยังติดอยู่บ้างค่ะ 

ปริมาณ : 5.9ml

สิ่งที่ชอบ 
- เนื้อลิปกลอสไม่เหนียวเหนอะแล้วก็ให้ความชุ่มชื่นดีค่ะ
- สีนี้ถูกใจเรามากก สีชมพูนู้ดๆเหลือบม่วง ใช่เลย!
- ความวิ๊งกำลังดี เราไม่ชอบวิ๊งใหญ่โตเกินไป อันดีวิ๊งละเอียดกำลังดีเลยค่ะ
- ราคาไม่แพงถ้าเทียบกับปริมาณและคุณภาพ เรื่องราคานี่ถ้าซื้อที่ Boots/Watson ก็350บาทค่ะ แต่เราซื้อที่เคาน์เตอร์ที่ฟิวเจอร์ฯรังสิตโซนโรบินสันได้ลด15% เหลือ297บาทค่ะ คุ้มมากค่ะวันหลังว่าจะไปสอยมาอีกซักสี ฮี่ๆ :D
-ชอบที่ปากขวดของลิปกลอสยาวมาก เวลาดึงทาที่เข้าออกทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องลิปกลอสเลอะเทอะตรงปากขวดกับฝาเท่าไร ใครนึกภาพไม่ออกลองดูรูปข้างล่างค่ะ




สิ่งที่ไม่ชอบ 
-ลองดมๆดูแล้วไม่ค่อยชอบกลิ่นเท่าไรนักค่ะ แต่ว่าก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมายเพราะพอทาไปก็ไม่ได้กลิ่นอะไรค่ะ
-ที่ทา คือเราชอบที่ทาแบบแปรงพู่กันมากกว่า เพราะที่ทาแบบนี้เวลาปาดทับลิปที่ทาไว้บนปากจะทำให้ 
ลิปทาไว้เสียหายเลือนหรือจางออกค่ะ แต่ก็สามารถแก้ไขโดยปาดเนื่อลิปกลอสลงบนSpatulaแล้วค่อยใช้แปรงทาปากทาทับลิปสติกก็ได้ค่ะ



  


มาถึงลูกรักตัวเก่านะคะ Chanel รุ่น aqualumiere สีเบอร์687 ตัวนี้เราใช้มานานพอสมควรแล้วค่ะประมาณ9-10เดือนได้ละ ซื้อตั้งแต่ปีที่แล้วตอนนั้นChanelยังไม่ปรับราคาขึ้นเลย ตอนนี้ไม่รู้ขึ้นราคาแล้วลิปกลอสตัวนี้ปรับราคาเป็นเท่าไรแล้ว  แล้วเหมือนได้ข่าวว่าเลิกผลิตรุ่นนี้แล้วซึ่งเราไม่ทราบว่าจริงรึเปล่า ถ้าใครทราบช่วยแจ้งข่าวหน่อยนะค้า  ถ้าเลิกผลิตจริงก็แอบเศร้าเพราะเราชอบลิปกลอสรุ่นนี้มากพอสมควรเลยค่ะเผลอพูดพร่ำทำเพลงมานานละ รีวิวเลยดีกว่าค่า เกือบลืมบอกไปค่ะลิปกลอสของเรา




สีลิป+วิ๊ง แบบซูมๆก็ประมาณรูปข้างล่างค่ะ




ที่ทาเป็นแบบแปรงพู่กันขนนุ๊ม นุ่ม >_<"




swatchสี 



REVIEW : แพคเกจก็หรูหราเรียบง่ายตามสไตล์ชาแนลเราชอบนะ อิอิ สีชมพูหวานๆมีิวิ๊งเล็กๆกำลังดีอยู่ ทาเดี่ยวลงบนปากเม็ดสีถือว่าค่อนข้างชัดเจนแต่ก็ให้ความโปร่งดูเบาๆ ทาแล้ววาวมากถึงมากที่สุดวาวกว่าrevlonมากอยู่ค่ะ ทาออกมาแล้วไม่ค่อยเห็นวิ๊งเท่าไร เรื่องความติดทนก็เฉยๆค่ะเหมือนลิปกลอสทั่วไปไม่ได้ติดทนอะไรมาก 

ปริมาณ : 6ml

สิ่งที่ชอบ
-เนื้อของลิปกลอสดีมากๆไม่เหนียวเหนอะหนะ เราชอบเนื้อสัมผัสเวลาทาบนปากมาก เนื้อจะลื่นๆนุ่มๆ
-ให้ความชุ่มชื่นดีมาก ใครมีปัญหาเรื่องปากแห้งลิปกลอสตัวนี้เหมาะมากๆเลยค่ะ
-ที่ทาเป็นแปรงแบบผู้กันที่นุ่มม๊าก มาก ทาแล้วเคลิ้มเลย >//< แล้วก็ที่ทาแบบแปรงสามารถทาทับลิปได้โดยไม่ทำให้ลิปทีทาไว้แล้วเสียหายอะไรมากค่ะ
-สีลิปกลอสดูหวานแบบธรรมชาติ วิ๊งก็เล็กละเอียดดี

สิ่งที่ไม่ชอบ
-ราคาแพงถ้าเทียบกับปริมาณ
-ตรงปากขวดของลิปกลอส เวลาดึงที่ทาแล้วเลอะเทอะปากขวดกับฝามากพอสมควร ตามภาพเลยค่ะ





สรุป :: ถ้าถามว่าทั้งสองตัวเราชอบตัวไหนมากกว่ากันตอบยากแฮะ เพราะเราชอบทั้งคู่แทบจะเท่าๆกันเลย แต่ Chanel นี่ด้วยราคาจะให้ซื้อมาหลายๆสีคงจะไม่ดีแน่ อิอิ อีกอย่างนึงคืออยากลองลิปกลอสของDiorด้วย เลยทำให้ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะซื้อต่ออีกรึเปล่า ส่วนRevlonด้วยราคาและคุณภาพที่เป็นมิตรมากๆเลยกะว่าอาจจะไปสอยมาอีกซักสีนึงที่เล็งไว้ ฮี่ๆ:D 


จบแล้วค่ะสำหรับรีวิวลิปกลอสของเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
 ขอบคุณมากๆที่เข้ามาชมรีวิวเราค่า  : )






5.24.2554

เครื่องสำอาง/สกินแคร์ ล้วนมีอายุของมัน

 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่ได้มาอัพ Blog นานมากเลย เรื่องของเรื่องคือแอบขี้เกียจ(ตล๊อด) วันนี้เลยอยากมาอัพเรื่องที่เป็นประโยชน์นิดนึง : ) จริงๆเรื่องนี้อาจดูวิชาการไป(เราก็พยายามเขียนไม่ให้มันดูน่าเบื่อน้า แฮ่ๆ) แต่เราว่าเรื่องที่เราจะอัพน่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนโดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งหัดแต่งหน้าและมือใหม่ในการเลือกซื้อบรรดาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามนะคะ 

เราว่าบางคนอาจจะเคยใช้คสอ.หรือสกินแคร์แล้วก็ลืมไปว่า เอ๊ะ!! นี่เราเปิดใช้มานานแค่ไหนแล้ว เมื่อก่อนเราก็เคยค่ะ พอใช้ซักระยะก็จะแอบกังวล เฮ้ย!หมดอายุยังเนี่ย?? ก่อนอื่นเราต้องมารู้กันก่อนว่า คสอ.+สกินแคร์ ล้วนแล้วแต่มีวันหมดอายุทั้งนั้น สาวๆต้องเริ่มกลับไปสำรวจโต๊ะเครื่องแป้งกันแล้วค่ะว่าแต่ละชิ้นเปิดใช้มานานเท่าไรแล้ว : )

"เราไม่ควรใช้คสอ./สกินแคร์ที่หมดอายุ ก็คล้ายๆกับที่เราไม่ควรกินอาหารที่หมดอายุหรือบูดประมาณนั้นเลยค่ะ"  เพราะผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอะไรที่หมดอายุไปแล้วอาจทำให้เราเกิดอาการแพ้ได้ คือยังไงก็ไม่ดีกับผิวพรรณของเราแน่นอนค่ะ อย่ามัวมานั่งเสียดายดื้อใช้ต่อไปโดยไม่ห่วงใยตัวเองนะคะ


วิธีการดูฉลาก/วันหมดอายุบนผลิตภัณฑ์

เครื่องสำอางหรือสกินแคร์บางตัวเค้าก็บอกวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ไว้แล้วนะคะ บางยี่ห้อก็อาจจะบอกเป็นวันเดือนปีที่แน่นอน แต่บางแบรนด์ก็ใช้สัญลักษณ์ในการบอก ทีนี้เรามาดูวิธีการดูวันหมดอายุที่บอกมาเป็นสัญลักษณ์กันนะคะ  

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่
 จากรูปน้องนาร์ส ดูชเชอร์ข้างบน หลายคนคงเห็นสัญลักษณ์รูปบรรจุภัณฑ์ที่เปิดฝาแล้วมี24Mอยู่ข้างในที่เราตีกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวเอาไว้ใช่ไหมคะ เป็นสัญลักษณ์ที่ไว้บอกวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ค่ะ ความหมายของสัญลักษณ์ก็คือ "ผลิตภัณฑ์น้องนาร์สนี้มีอายุ24เดือน (2ปี) นับจากวันที่เปิดใช้ครั้งแรกค่ะ ถ้าเปิดใช้ครบ24เดือน (2ปี) ก็ถือว่าหมดอายุไม่เหมาะอย่างมากที่จะนำมาใช้ต่อ" หลายๆผลิตภัณฑ์ก็คงมีการระบุวันหมดอายุด้วยสัญลักษณ์นี้ แต่อาจจะมีจำนวนเดือน (ตัวเลขข้างหน้าM) ต่างๆกันตามแต่ยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ค่ะ อย่างเช่น 12M ก็คือมีอายุ12เดือน (1ปี) นับจากวันที่เปิดใช้ครั้งแรกค่ะ 


แล้วถ้าผลิตภัณฑ์ไม่มีวันหมดอายุที่แน่นอนบอกหรือไม่มีสัญลักษณ์แบบข้างบนบอกล่ะ ??

จริงๆถ้ามันเป็นแบบนั้น ก็คงต้องดูวันหมดอายุคร่าวๆตามข้อมูลข้างล่าง วันหมดอายุที่เราเอามาลงไว้คือเราศึกษามาจากหลายแหล่งนะคะ เช่น หนังสือของ Bobbi Brown, เว็บไซค์ต่างๆ แต่ละแหล่งก็ไม่ได้ตรงกันเป๊ะๆแต่ก็เป็นตัวเลขประมาณนี้ค่ะ แต่ละตัวไม่ควรใช้เกินเวลาที่เราบอกไว้ข้างล่าง ประมาณนั้นค่ะ
                                                                     
นับจากวันที่เริ่มเปิดใช้งานนะคะ
  • รองพื้น  1 ปี 
  • แป้งต่างๆ 1 ปีครึ่ง
  • บลัชออน 24-30 เดือน
  • อายแชโดว์ 24-30 เดือน
  • ลิปสติก 18-24 เดือน (ลิปนี่ถ้ามีกลิ่นแปลกๆไปจากเดิมก็ไม่ควรใช้ต่อแล้วล่ะค่ะ)
  • มาสคาร่า/อายไลเนอร์ 3-6 เดือน 
  • สกินแคร์ 1 ปี
  • น้ำหอม 3 ปี

อย่างที่เราบอกไปค่ะว่าอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ความงามที่เราบอกไปข้างบนเป็นค่าประมาณ จริงๆวันหมดอายุหรือวันใช้งานคสอ./สกินแคร์มันไม่ได้ตายตัวขนาดนั้น เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาของเราด้วยค่ะ อย่างถ้าเราเก็บพวกผลิตภัณฑ์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง แดดส่องถึงก็อาจทำให้คสอ./สกินแคร์ที่เราใช้อยู่หมดอายุเร็วกว่าวันเวลาที่ควรเป็น หรือถ้าเราเก็บคสอ./สกินแคร์ไว้ในที่ที่เหมาะสมมีอุณภูมิเหมาะสม มีการรักษาความสะอาดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ อย่างเช่น  ใช้ค็อตตอนบัตหรือพายตักครีมบำรุงผิวแทนการใช้มือที่มีแบคทีเรียอยู่เยอะ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามค่ะ (แต่คงไม่น่าจะยืดอายุนานเกินจากวันเวลาที่เราเคยบอกคร่าวๆนั้นจนเกินไปค่ะ)



สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าวันเวลาหมดอายุของบรรดาผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม

นั่นคือวันเดือนปีที่ผลิตค่ะ เราไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมานานจนเกินไป เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าซื้อมายังไม่ทันเปิดใช้ก็หมดอายุซะแล้ว เพราะเครื่องสำอางที่อายุเก็บที่ไม่เปิดใช้ประมาณ 3 ปีนับจากวันผลิต คือสำหรับเราเราว่าไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมานานเกินกว่า 3 ปี ถามเพื่อนเภสัชมาค่ะเรื่องนี้ จริงๆก็มีบางยี่ห้อเค้าก็บอกว่าผลิตภัณฑ์เค้าสามารถเก็บได้ 5 ปีหลังผลิต ซึ่งมันก็อาจจะเก็บได้จริงๆตามเค้าบอก แต่ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจที่จะซื้อที่จะใช้ก็อย่าสอยมาดีกว่าเนอะ  เรามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่พอใจสำหรับที่จะจ่ายเพื่อผลิตภัณฑ์นั้นๆ     


เอาล่ะค่ะจบแล้วค่ะ สำหรับเรื่องอายุเครื่องสำอาง อาจจะยาวไปหน่อยแต่ถ้า(ทน)อ่านก็น่าจะได้อะไรไปเยอะเนอะ ^^  เราตั้งใจเขียนเรื่องนี้มากๆจริงๆ(นานๆทีจะมีสาระบ้าง) ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมาติดตามกันนะคะ