2.15.2556

Review ❀❀ กรุบกริบกับสิ่งที่ชอบ •‿• Dior, Armani, Missha, Revlon, CHANEL, Covermask

สวัสดีค่า
ว้นนี้จะมารีวิวสิ่งที่ใช้แล้วชอบนะคะ
ระหว่างนี้ฟังเพลงเพลินๆ ระหว่างอ่านได้เลยค่า : )



ออกตัวไว้ก่อนนะคะ ของที่มารีวิวเราซื้อมานานแล้ว สะสมมาเรื่อยๆ ไม่ได้ซื้อรวดเดียว
เพราะฉะนั้น ลืมราคาไปแล้วค่า แป่ว! = =" (ขอโทษน้า)


มาเริ่มที่ตัวแรก "Missha BB Boomer" ซื้อมาจากเกาหลี รู้สึกว่าไม่แพง คุ้มมาก คือสามารถใช้เป็นทั้งไฮไลท์ ผสม BB/รองพื้น ให้ลุคดิวดี้ แต่ไม่เยิ้ม มีชิมเมอร์ละเอียดมากๆๆๆปกติจะไม่ชอบอะไรแบบมีกลิตเตอร์ ชอบแบบวาวๆกำลังดี ไม่เวอร์วังใช้ได้ในชีวิตประจำวันเลยค่ะ 

คะแนน 4/5




อันนี้ลองทาให้ดูที่แขนนะคะ ซ้าย>>ไม่ได้ทา ขวา>>ทา





ต่อมาค่ะ แป้ง แป้ง แป้ง สิ่งสำคัญสำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเรา ไว้เซ็ทรองพื้น บีบีครีม ให้เด้ง ไม่ให้หน้าเหนียวหนุบหนับ

แป้งฝุ่น "Covermark" #Y2 จำชื่อรุ่นไม่ได้ แต่ราคาไม่แพงเลย ของถูกและดียังมีในโลก มองดูเนื้อแป้งดูเหลืองมาก แต่ทาออกมาก็ปกติไม่เหลือง เซทรองพื้น/BB แล้วผ่อง เด้ง สีไม่ดร็อป ให้ลุคแมท ไม่คุมมันแต่ใช้แล้วก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่มค่า

คะแนน 5/5







"Chanel Poudre Universelle Libre" เบอร์ 20 Translucent 1"มาถึงแป้งราคาโหดบ้าง ซื้อจากดิวตี้ฟรี ตอนไปเที่ยวค่อยยังชั่วหน่อย ปริมาณเยอะมาก ใช้ยังไงก็ไม่พร่องเลยค่ะ ซื้อมานานมากๆแล้ว ฮี่ๆ เนื้อแป้งละเอียดเบามากถึงมากที่สุด เนื้อฟุ้งเลย ทาแล้วเนียนมาก แต่ไม่ธรรมชาติเท่าไรถ้าใช้พัฟ ทาแล้วจะดูเป็นแป้งๆ หนาๆ บนผิว แนะนำให้ใช้กับแปรงแทนค่ะ แล้วไม่ชอบพัฟของ CHANEL ที่ให้มา กากมาก แข็งสุดๆ

คะแนน 4/5








มาที่ของถูกและดีอีกชิ้นจากเลฟร่อน เนื้อลิปรุ่นนี้ชุ่มชื้น ทาแล้วดูใสๆ แต่อาจกลบสีริมฝีปากไม่มิด เพราะเนื้อบางๆ แต่เราชอบมากทาวันสบายๆ ไม่ต้องแต่งหน้ามาก เราชอบทา 2 สีนี้ผสมกันค่ะ

คะแนน 4/5



ลองปาดให้ดู 055 >> 060





ต่อมาโลชั่นทาผิวของ Jergens สูตร Shoothing Aloe Relief เราใช้มาหลายปีแล้วตัวนี้ เลิกนับแล้วว่าใช้ไปกี่ขวด 555 ดีจริงๆค่ะ ใช้สูตรนี้ตลอดเลย เพราะเนื้อไม่หนักข้นหรือบางเบาเกินไป ทาได้ทั้งปีเลย กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน เคยมีเพื่อนถามฉีดน้ำหอมอะไรหอมจัง ที่จริงใช้ตัวนี้อย่างเดียววันนั้น  :D

คะแนน 5/5







"Armani Lasting Silk UV foundation SPF 20" เบอร์ 5 เป็นรองพื้นที่แพงมากในความคิดเรา ขนาดซื้อในดิวตี้ฟรียังรู้สึกว่าแพงเลยค่ะ รองพื้นให้ลุคสวยธรรมชาติ เบาๆไม่โบ๊ะ เหมาะกับคนผิวผสม-มันแบบเรา ตอนทาจะรู้สึกเนื้อรองพื้นจะแมทนิดๆ แต่พอทาเสร็จไม่ได้ให้ลุคแมทแบบแบนๆ เพราะรองพื้นกระจา ยแสงดี ดูผิวดี ธรรมชาติ ดู Silk จริงๆสมชื่อ

แต่ๆๆ ด้วยราคาและความยากในการไขว่คว้าหาซื้อในไทย เราคิดว่ามีรองพื้นที่ดีเท่าๆตัวนี้ ในราคาที่ถูกกว่า(เยอะ)น้า

คะแนน 3.5/5 






สุดท้ายแล้ว "Dior Rouge Dior Lipstick"  เบอร์ 765 เป็นลิปสติกสีชมพูเจือบานเย็นนิดๆ สวยมากกก
เนื้อดีมากกก เราชอบกว่าลิปสติก Chanel,YSL อีกค่ะ เพราะ สีชัด,เนื้อดีไม่เป็นคราบ,ชุ่มชื้น,ไม่แมทหรือครีมมี่เกินไป

รักมากกกกกก....

คะแนน 5/5 





เอารูปที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อสีนี้ค่ะ ทาออกมาแล้วได้แบบรูปข้างล่างเลยค่า : )



จบแล้วค่า 



12.03.2555

Limited Edition CHANEL, Suqqu, MAC


สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วค่ะ เดือนสุดท้ายของปีนี้แล้ว เลยเอาไอเท็มจิปาถะ เอาไอเท็มเก่าๆ มารีวิวค่า บางตัวเป็นลิมิเต็ดแต่อยากรีวิว เพราะใช้แล้วชอบค่ะ = =" คสอ.ถึงจะเป็นลิมิเต็ด แต่ไม่นาน ส่วนมากก็จะกลับมาทำซ้ำเป็นลิมิเต็ดอีกครั้งค่ะ 555 ถือเป็นวัฏจักรเนอะ




เริ่มจาก
"Suqqu Face Color Palette" #EX-01"
พาเล็ตนี้เป็น Limited ของสิ้นปีที่แล้วค่ะ
อยากรีวิว เพราะ มีตัวเด่น ที่ทำให้เราอยากสอยแบบเดี่ยวๆ ที่ไม่jเป็นลิมิเต็ด







ซ้ายไปขวา :: บรอนเซอร์ >> แป้ง >> ไฮไลท์ >> บลัชออนแบบมีวิ๊ง >> บลัชออนเนื้อแมท



พาเล็ตนี้เรียกได้ว่าเป็นพาเล็ตที่ครบครันมากๆ เสียดายที่เป็นลิมิเต็ด ความจริงเค้ามีแปรงมาให้ด้วยนะคะ แปรงคุณภาพดีมากๆ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย

บรอนเซอร์ :: คุณภาพดี สีไม่เข้มไป ทาได้ทุกวัน 
แป้ง :: ตัวนี้เฉยๆค่ะ
ไฮไลท์ :: เราว่าเป็นนางเอกของพาเล็ตนี้เลย ใช้ดีมาก ไม่วิ๊งเวอร์ 
บลัช :: ขอพูดรวมๆทั้งตัววิ๊งและแมท เป็นสีแดงแบบทาแล้วดูธรรมชาติดีค่ะ

ข้อดี
- สะดวก พกพาง่าย มีกระจก มีแปรงพร้อม
- บรอนเซอร์ และไฮไลท์ ทาแล้วดูมีมิติแต่ก็ธรรมชาติมาก
- สามารถปัดบอรนเซอร์ บลัชออน และไฮไลท์รวมๆกัน ใช้แทนแป้ง ในการเติมคสอ.ระหว่างวันได้
- นางเอกของพาเล็ต นั่นคือไฮไลท์ สวยมาก จนว่าจะไปสอยไฮไลท์ของSuqqu ในอนาคต

ข้อเสีย
- แพคเกจดูก๊องแก๊ง แม้จะมีผ้ากำมะหยี่มาให้
- ขนาดของพาเล็ตแต่ละอย่างของคสอ.มีช่องเล็กมาก 
- ราคาแพง

คะแนน 9/10



"Chanel Blush #148.367 " (Limited Edition)

 บลัชของ Chanel อันนี้สีจัดมาก เป็นสีแดงแบบตุ่นๆหน่อยค่ะ กลิ่น แพคเกจก็มีลักษณะเหมือนๆทั่วไป
เป็นลิมิเต็ดเมื่อปีก่อนนู้นค่ะ จำไม่ได้แล้วว่าช่วงไหน

ข้อดี
- สีติดทน เช้าจรดเย็นเลย
- พิกเม้นจัด แตะนิดๆหน่อยๆสีก็ติดแล้วค่ะ


ข้อเสีย
- บางทีทาแล้วดูแก้มช้ำๆ น่าจะเพราะมันเป็นแดงออก Cool tone มากไปไม่ค่อยเข้ากับสีผิว (เราผิวขาวเหลือง)
- สีไม่ค่อยโดนใจ หยิบมาใช้น้อยมากๆ

คะแนน 7/10



"Chanel Blush #65 Espiegle"


เป็นบลัชออนที่เราว่าก็งงว่าเป็นลิมิเต็ดรึเปล่า
 เพราะBAบางคนบอกเป็น คนบอกว่าไม่
แต่เราติดว่าไม่ เพราะไปอ่านรีวิวเว็บฝรั่งมา เค้าบอกไม่ใช่
บลัชออนนี้เป็นสีโทนพีชค่ะ มีชิมเมอร์นะคะ

ข้อดี
- เนื้อบลัชละเอียด ชิมเมอร์ก็เล็กละเอียดสวย
- สีเข้ากับลิปสติกหลายๆสี แต่งหน้าได้หลายโทน สามารถนำมาใช้ได้บ่อยๆ
- สีสวย 

ข้อเสีย
- สีติดยากมาก ต้องปัดหลายรอบหน่อย
- ติดไม่ทนเท่าไร
- สามารถหาสีที่คล้ายๆกันได้ในยี่ห้ออื่นๆ ในราคาที่ถูกกว่า

คะแนน 8.5/10





"MAC PIGMENT"
ซ้าย ::Mauvement
ขวา :: Bloodline



ซ้าย ::Mauvement มีชิมเมอร์
ขวา :: Bloodline เนื้อแมท

พิกเม้นของ MAC ถ้าใครเคยใช้ เคยอ่านรีวิวจะรู้สารพัดประโยชน์นะคะ สองตัวนี้ซื้อมานานแล้ว แต่เราอยากแชร์เรื่องของพิกเม้น เพราะมีคนพูดถึงค่อนข้างจะน้อย

ตัวพิกเม้นนี้สามารถใช้ได้ทั้งแบบเปียกและแห้งค่ะ พอทาออกมาที่ตาสวยมาก ซึ่งโทนสีนี้เราชอบอยู่แล้วค่ะ (taupe) ชอบแบบมีวิ๊งมากกว่าแมท เพราะใช้ง่ายกว่า สวยกว่า แนะนำให้ใช้แบบเปียกถ้าอยากได้ความเข้ม และความทนถ้าใช้แบบแบบแห้ง จะได้ความธรรมชาติ แต่ลำบากหน่อยเรื่องสี มันจะฟุ้งเลอะนะคะ


คะแนน 9.5/10 



จบแล้วค่ะ รีวิว จิปาถะ
ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะ


10.01.2555

รีวิว : IPSA Face Palette เบอร์ 001


สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาพูดถึงตัวพาเล็ตที่ราคาแพง และฮิต ที่โปรโมทกันสุดๆในช่วงนี้ นั่นคือ IPSA Face Palette เราซื้อเบอร์ 001 มานะคะ

แพ็คเกจเป็นพลาสติกน้ำหนักเบา แต่ละช่องของพาเล็ตขนาดกลางๆ
มีแปรงแถมมาให้ แปรงขนแน่น แต่ไม่สปริงตัวเท่าไหร่



Swatchสี
บลัชออน >> ไฮไลท์ >> แป้ง >> บรอนเซอร์




พาเล็ตนี้มีทั้งบลัชออน ไฮไลท์ แป้ง บรอนเซอร์ ตลับไม่ใหญ่พกพาสะดวก ใช้ได้อเนกประสงค์ ตลับเดียวครบ 

  • บลัชออนก็สีน่ารัก พิกเมนต์ดีแต่ก็ไม่ได้จัดเท่า NARS 
  • ที่ชอบสุดๆคือไฮไลท์ เนื้อเค้าละเอียดมาก เป็นคนรูขุมขนกว้างค่ะ เลยไม่ชอบไฮไลท์ที่ชิมเมอร์ใหญ่ๆ เพราะมันจะไปเน้นรูขุมขน ไฮไลท์อันนี้ปัดแล้วสวยไม่วาวเกิน ไม่มีชิมเมอร์แบบดิสโก้บอลจนเวอร์เกินกว่าจะใช้ในชีวิตประจำวัน
  • ส่วนแป้งกับบรอนเซอร์อันนี้เราเฉยๆนะคะ มีแบรนด์อื่นที่ดีกว่าอยู่แล้ว (บรอนเซอร์เราชอบ Luasol ค่ะธรรมชาติดี ไม่ดูเฉดดิ่งแก้มจนเวอร์เวลาอยู่กับแสงกลางวัน) เราว่าเอาจริงๆแป้งไม่จำเป็นเท่าไรค่ะ เพราะเชื่อว่าทุกคน(รวมตัวเราด้วย)คงมีแป้งที่ใช้กันประจำอยู่แล้ว 
  • ส่วนแปรงที่ให้มาก็นุ่มดีค่ะ แต่ขนมันสั้นทื่อๆไม่สปริงตัว เบลนด์สีได้ไม่ฟุ้งค่ะ เหมาะใช้ทาแค่ไฮไลท์ค่ะ
  • เรื่องความติดทนอะไรแบบนี้เราว่าเฉยๆค่ะ ไม่ได้ทนอะไรมาก

ซื้อต่อมั้ย? : ไม่ค่ะ เพราะแพงเกินไปถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้รับจากตัวพาเล็ต ไม่ได้ชอบทุกสิ่งในพาเล็ต 

คะแนน 3/5










9.29.2554

Review ❀❀ Sleek blush •‿• สี Aruba, Sahara, Life's a peach


สวัสดีค่า •‿•

คราวนี้จะมารีวิวบลัชออนของ Sleek เป็นเครื่องสำอางจากแดนผู้ดี ประเทศอังกฤษนั่นเองค่ะ Sleekไม่มีเคาน์เตอร์ในไทย ใครอยากได้ต้องพึ่งพาอากู๋(Google) ลองเสิร์ชหาร้านหิ้วดูนะคะ

เห็นบลัชออนของSleekฮิตกันเหลือเกินเราเลยอดไม่ได้ที่จะเสาะแสวงหามาครอบครอง ไปอ่านรีวิว ดูswatchสี  จากทั้งBloggerต่างชาติและของไทยแล้วมันจี๊ดดด เลยจัดมา4สีค่ะ


มามะเรามาดูกันเลยเนอะ 





แพคเกจเค้าทำดีมากเลยนะคะเราว่า ดูแพงอ่ะ อิอิ :D
ราคาที่เราสอยมาก็สี่ร้อยกว่าๆจ้า



ข้อมูลด้านหลัง บลัชออนของอังกฤษแต่ made in Taiwan นะจ๊ะ
มีอายุหลังเปิดใช้24เดือน 



คราวนี้มาดูสีจากตลับกันค่ะ

Aruba 

ส้มแปร๊ดดด เตะตามากๆ แต่ดูswatchในเน็ตแล้วสวยเลยสอยซะเลย เนื้อแมทค่ะ เวลาปัดต้องใช้ความระมัดระวังสูง แต่ปัดเบาๆออกมาแล้วสวยค่ะ


คะแนน 2.5/5



Sahara 

สีนี้สอยตามคุณอาย (fateyeslim) ไปดูรีวิวมามันอดไม่ได้ งามมาก อันนี้ก็เนื้อแมท ปัดเวลาอยากแต่งหน้าโทนนู้ดหรือโทนน้ำตาลดูสุภาพประมาณนั้นค่ะ 


คะแนน 3/5


Life's a peach 

สีนี้ไม่แรงมาก สีไม่จัดเกินไป เป็นสีส้มพีชแบบให้อารมณ์ใสๆเบาๆนะสำหรับเรา 


คะแนน 4/5


Pomagranate 

สวยมากเราชอบที่สุดในบรรดา4สีเลย สีออกชมพูอมม่วงเจือแดงนิดๆๆ เนื้อวาวๆ เริ่ดมว๊าก



คะแนน 5/5



Swatches 


ซ้ายไปขวานะคะ

1.Aruba ▪► 2.Sahara ▪► 3.Life's a peach ▪► 4.Pomegranate


Review

เป็นบลัชออนที่ดูแพงแต่ไม่ได้แพงอย่างที่คิด ฮ่าๆ ทำแพคเกจดีมากไม่ก๊องแก๊งเรียบๆแต่ก็เก๋ แถมมีกระจกให้ด้วย คุณภาพเริ่ดคุ้มเกินราคานะเราว่า เนื้อบลัชออนละเอียดเบลนด์สีง่าย ปัดแล้วไม่เป็นปื้น เม็ดสีจัดชัดเจนมาก โดยเฉพาะสีArubaเวลาปัดต้องเบามือม๊าก มาก เรื่องความคงทนเราถือว่าทนมากพอสมควรเลยนะคะ (เราผิวผสม) ปัดแล้วตอนเย็นๆค่ำก็ยังอยู่ แต่บางวันถ้าสมบุกสมบันลัลล้ามากๆก็อาจมีเลือนๆไปบ้างนิดนึง ตอนนี้แอบปันใจจากNARSมาหาSleekเรียบร้อยแล้วจ้า ฮี่ๆ  คาดว่าจะสอยสีอื่นตามมาอีกค่ะ :D



จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาชมนะคะ : )

9.27.2554

แวะมาเห่อแบบกรุบกริบค่ะ MAC // Urban Decay


สวัสดีค่ะ ไม่ได้เปิดถุงshoppingมานานแล้วเนอะ
วันนี้เลยจะมาเห่อของที่สอยมาช่วงนี้ค่ะ

เริ่มจากรวมลิปสติก MAC



มาดูสีกันค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะสีในรูปมันเพี้ยนค่า
เพราะแสงจากหลอดไฟในห้อง+คนถ่ายมิสามารถค่า = ="

ซ้าย - Ravishing  สีส้ม เห็นฮิตกันมากแถมที่เคาน์เตอร์ขายดีกันจนของขาดเลยจัดมาลอง
ขวา - Freckletone อันนี้ก็เห็นเค้าฮิตอีกแหละแล้วก็ไปดูรีวิวแล้วชอบเลยจัดมา 




ต่อมาค่ะ อันนี้เป็นรุ่นSheen Supremeค่ะ เป็นwish listของเราตั้งแต่ยังไม่เข้าไทย
อยากบอกว่า MAC Sheen Supreme เป็นลิปสติกที่เนื้อดีมากๆๆ ดีกว่าลิปMACแบบธรรมดาเยอะ
เราได้ลองใช้ก่อนหน้านี้สองแท่งติดใจมาก เนื้อลิปออกแนวลิปสติก+ลิปกลอส ชุ่มชื่นมากแต่ให้เม็ดสีชัด



ซ้าย - Sheer Mandarin ส้มจี๊ดจ๊าดอมเหลืองนิดๆ ส้มแบบนี้แหละค่ะที่เราตามหามานานแล้ว
ขวา - Tea Ceremony สีนี้ออกแนวชมนมน้ำตาลอมส้ม 




อันนี้ไม่ต้องคงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะเชื่อว่าเป็นมาสคาร่าในดวงใจของสาวๆหลายคน
เราก็ชอบนะคะ ปัดแล้วเด้ง+ดูธรรมชาติ 




ชิ้นสุดท้าย เห่อสุดๆ "Urban Decay 15-Year Anniversary Eye Shadow Collection"
เป็นพาเล็ตอายแชโดว์ครบ15ปีของ Urban Decay อยากบอกว่าสวยทั้งPackageสวยทั้งสีเลยค่ะ
จริงๆตัวพาเล็ตมีถาดกำมะหยี่สีม่วงรองมาด้วย+กระดาษที่บอกข้อมูลหุ้มอีกทีแต่ไม่ได้ถ่ายมาค่ะ
สีในพาเล็ตมีทั้งโทนธรรมชาติแต่งได้ทุกวัน แล้วก็โทนสีสัน โทนSmoky เราชอบทุกสีเลย : )





ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะ :D




9.11.2554

Review :: eyeshadow คุณภาพดีราคาน่ารัก จาก Wet n Wild & Lavshuca

สวัสดีค่ะทุกคน 
คราวนี้จะมารีวิวอายแชโดว์ 2 ตลับจากWet n Wild กับ Lavshuca ค่ะ
ได้มาลองซักพักแล้วชอบมากๆทั้งคู่เลย คุณภาพดีราคาก็ไม่แพงด้วย


มาพูดถึงWet n Wild กันก่อนดีกว่าเนอะ เราอยากลองมาซักพักแล้วเพราะเห็นรีวิว
แล้วก็กระแสแรงมาก คนชอบเยอะมากทีเดียว ที่เมืองไทยแต่หาซื้อยาก
คราวนี้ได้มาลองสมใจซักที เลยเอามารีวิวให้ชมกันนะคะ


"อยากดูรูปใหญ่ๆชัดๆคลิกที่รูปได้เลยนะคะ"


ที่เราสอยมาเป็นเบอร์ 383B Knock On Wood ค่ะ



ข้อมูลต่างๆด้านหลังตลับ 



สีข้างในตลับ 




มาดูSwatchสีกันค่ะ (คลิกที่รูปได้เลยนะคะถ้าอยากเห็นสีชัดๆเต็มๆ)
โทนสีสามเรียงตามรูปจะเป็นโทนม่วงอมน้ำตาลเปลือกมังคุด=>น้ำตาล=>ชมพูอ่อน



★ Review ★


               ขอบอกว่าเป็นอายแชโดว์ที่คุณภาพเริ่ดเกินราคามากๆค่ะ ทั้งเนื้อสัมผัส ทั้งโทนสี ทั้งพิกต์เมนดีมากๆๆๆ สีสวยเบลนด์สีง่าย เวลาทาจะดูออกเหลือบๆวาวๆไม่เน้นดูวิ๊งแบบอายแชโดว์ญี่ปุ่นค่ะ แล้วโทนสีนี้เราว่าแต่งได้เรื่อยๆมีสีน้ำตาลคุมโทนอยู่ แต่ก็ไม่ดูขรึมหรือน่าเบื่อเพราะมีสีโทนม่วงชมพูอยู่ เราลองปาดที่แขนเสร็จเอาไปล้างน้ำถูๆ มีอายแชโดว์หลุดออกไปบ้างตามแรงถู แต่ว่าก็ยังมีอาชแชโดว์ติดอยู่ที่แขนแบบสีจางลงหน่อย ถือว่าติดทนมากเลย  ถ้าใครหาซื้อได้นี่แนะนำเลยค่ะ ยิ่งถ้ามีโอกาสซื้อที่อเมริกายิ่งถูกมากๆ แต่รู้สึกว่าสีสวยๆจะขาดตลาดบ่อย ตลับนี้เราสอยมาจากเว็บที่เค้าหิ้วมาในราคาประมาณสองร้อยกว่าๆค่ะ เราคิดว่าคงต้องสอยสีอื่นมาใช้อีกแน่ๆ 

คะแนน :: เอาไปเลย 5/5  แถม ❤ ให้ด้วยเลย


♡ ♡ ♡ ♡  ♡

มาพูดถึง Lavshuca กันต่อเลยค่ะ Lavshucaเป็นไลน์เครื่องสำอางในแบรนด์ Kanebo 
ที่ราคาไม่แพงมากราคากลางๆ แต่ว่าไม่มีขายในเมืองไทย T^T
น่าจะเอามาขายเนอะ Lavshuca แพคเก็จน่ารัก สีสันก็สวย ราคาไม่แรงมากเกินไปด้วย

Lavshuca melting eyes #OR-1




สีในตลับค่ะ



Swatch สีบนแขนค่ะ (คลิกที่รูปได้เลยนะคะถ้าอยากเห็นสีชัดๆเต็มๆ)
สีครีมอ่อน=>สีส้ม=>สีน้ำตาลกลาง=>สีน้ำตาลเข้ม



★ Review ★

         เนื้ออายแชโดว์นุ่ม เบลนด์สีง่าย วิ้งละเอียดเล็กมาก ทาแล้วดูวาว+วิ๊งนิดๆ วิ๊งไม่มีร่วงเข้าตาเลยค่ะ ตามสไตล์แบรนด์ญี่ปุ่นคือจะไม่เน้นพิกต์เม้นหรือสีที่จัดมาก ทาแล้วได้สีที่ไม่เข้มจัดไปแล้วก็ไม่อ่อนบางจนเห็นแต่วิ๊งหรือความวาว เรียกว่ากำลังดีเลยค่ะ โทนสีน้ำตาลส้มๆทาแล้วดูตาสดใสแต่ไม่ดูเวอร์ เรื่องความติดทนลองปาดบนแขนแล้วไปล้างน้ำปรากฎว่าอายแชโดว์บนแขนหายหมดเลยจ้า 55  แต่ว่าเวลาทาจริงๆถ้าใช้eye primerด้วยก็ติดทนปกติไม่มีปัญหาอะไรค่ะ อายแชโดว์ตัวนี้ถือว่าใช้ดีไม่ผิดหวังทั้งคุณภาพและสีสัน แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดขาดไม่ได้  

คะแนน :: 4/5 ค่ะ 

หมดแล้วค่ะ เราเป็นคนชอบแต่งตาโทนน้ำตาลมากแต่บางทีก็เบื่อถ้าจะให้น้ำตาลเพียว  
มีสีอื่นมาแซมแบบสองพาเล็ตข้างบนก็ทำให้การแต่งตาไม่น่าเบื่อ 
แถมแต่งได้ๆเรื่อยๆไม่ดูหวือหวาเกินไปเพราะมีสีน้ำตาลคุมโทนอยู่ค่ะ

รีวิวจบแล้วขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ : )


8.26.2554

Review : แป้งผสมรองพื้นลูกรักตัวใหม่ของเรา ❤•°º¤ Diorskin Nude Natural Glow Sculpting Powder makeup SPF 10


สวัสดีค่ะ หายไปนานมากเลย 
วันนี้เลยแวะมาเห่อ&รีวิว แป้งใหม่ที่เพิ่งสอยมาค่ะ : )



แป้งที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้คือแป้งผสมรองพื้น 
Diorskin Nude  Natural Glow Sculpting Powder makeup SPF 10
เราใช้ เบอร์ 021 นะคะ ออกโทนขาวเหลือง





แป้งรุ่นนี้ BA เคยให้เทสเตอร์มาลองแล้วติดใจเก็บไว้ในwish list รอวันสอย 
และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง สอยมาในที่สุดค่ะ ฮี่ๆ : )

รายละเอียดต่างๆของแป้ง




แป้งรุ่นนี้จะมีให้ทั้งพัฟแล้วก็แปรงเลยค่ะ แปรงก็คุณภาพดีขนนุ่มมาก
ปกติเราจะชอบใช้แปรงปัดแป้งเพราะดูธรรมชาติกว่าใช้พัฟค่ะ
มีซองผ้ากำมะหยี่(เปื้อฝุ่นง่ายมากก)มาให้ตามสไตล์Dior มีชองข้างหน้าสำหรับใส่แปรงค่ะ




ตัวตลับเป็นสีเงินๆ แอบเป็นรอยนิ้วมือง่าย 




ข้างหลัง




มาเปิดตลับกันดีกว่าค่ะ ข้างในก็จะมีแผ่นพลาสติกครอบ+พัฟ
เรารู้สึกว่าพัฟทั้งสองด้านเนื้อไม่เหมือนกันนะคะ
ด้านนึงจะเป็นแบบกำมะหยี่ ด้านนึงจะเป็นแบบฟองน้ำธรรมดาค่ะ




แป้งจะ 3 สีในหนึ่งตลับ 
      สีบนสุด :: จะเป็นสีที่สว่างที่สุด+มีกลิตเตอร์เล็กๆ ไว้ทำไฮไลท์
สีตรงกลาง  :: จะเป็นสีที่เข้มที่สุดไว้ทำเฉดดิ้ง
        สีล่างสุด :: เป็นสีโทนธรรมชาติโทนเดียวกับผิวเรา ไว้ทาปกติ


ลายแป้งสวยมาก อิอิ
เปิดแฟลช

แสงไฟในห้อง+ปิดแฟลช

** ภาพที่เราถ่ายมาสีเพี้ยนนะคะ  เพราะถ่ายกับแสงไฟในห้อง สีจริงๆแป้งออกเหลืองมากกว่านี้ พยายามไม่ให้สีมันเพี้ยนแล้วแต่ฝีมือไม่ดีเลยไม่สามารถค่ะ T^T  ขอโทษด้วยค่า  วันหลังจะพยายามถ่ายแสงปกติตอนกลางวันค่ะ คือเราเป็นพวกชอบคึกถ่ายรูปรีวิวตอนดึกค่ะ แหะๆ >"< ***


Review

เนื้อแป้ง 
เนื้อเนียนละเอียด ถึงจะเป็นแป้งผสมรองพื้นแต่บางเบาไม่หนาไม่เน้นปกปิดค่ะ เน้นความบางเบาเป็นธรรมชาติ ยิ่งถ้าใช้แปรงลงยิ่งดูธรรมชาติ เปรียบเทียบตัวนี้กับ Chanel matte lumiere extreme ที่เราเคยใช้เมื่อก่อน Chanel จะดูเนียนเด้งกว่าแต่ดูรู้ว่าทาแป้งผสมรองพื้น แล้วก็Chanelเนื่องจากแป้งเป็นเนื้อMatteบางทีทาไปที่คนสาวหน้ากลมอย่างเรารู้สึกว่ามันดูแห้งแมทแบนๆไม่มีชีวิตชีวา    ส่วน Dior จะบางเบาแล้วก็ธรรมชาติกว่า ทาแล้วเหมือนละลายกลืนไปกับผิวเราแต่ก็ทำให้หน้าเราดูเนียนเด้งแบบธรรมชาติสามารถใช้ได้ทั้งแบบแยกทีละสีเพื่อสร้างมิติกับหน้าแล้วก็สามารถใช้แบบปาดรวมๆกันก็ได้ค่ะ

ระหว่างวัน
สีไม่ดร็อปนะคะสำหรับเรา ทาไปซักพักพอแป้งเซ็ตตัวผิวจะดูglowแต่ไม่มัน แต่ไม่ได้ถึงขนาดDewyวาวขนาดสาวเกาหลีนะคะ ดูglowแบบธรรมชาติมากกว่าค่ะ เรื่องความติดทนเราทาตั้งแต่บ่ายประมาณเที่ยงคืนโดยไม่เติมแป้ง แป้งยังอยู่ยังเด้งนะคะ อาจมีแป้งหลุดๆไปนิดนึงตรงT-ZONE ถ้าใครหน้ามันมากๆอาจต้องเติมระหว่างวันค่ะ

สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ 
เราชอบที่แป้งมีสามเฉดไว้ทำไฮไลท์/บรอนเซอร์ ทำให้หน้าดูมีมิติ วันไหนรีบๆไม่ต้องมานั่งหานั่งลงไฮไลท์ บรอนเซอร์ทาซ้ำหลังทาแป้ง แต่สีบรอนเซอร์ไม่ได้เข้มมากเหมือนบรอนเซอร์ทั่วๆไปนะคะ อันนี้จะออกแนวธรรมชาติกว่าค่ะ  ส่วนถ้าใครชอบให้หน้าดูวาวมากๆอาจจะเน้นทาตรงส่วนแป้งที่สีอ่อนสุดที่เป็นไฮไลท์ก็ได้ค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ
ตรงช่องที่ใช่พัฟ/แปรง ไม่รูระบายอากาศ ตั้งแต่ใช้แป้งมาหลายๆตัวเพิ่งเคยเห็นแป้งที่ไม่ทำรูระบายอากาศที่ช่องพัฟ/แปรงนี่แหละค่ะ กลัวมันจะชื้นหรือไม่ถ่ายเทจัง แล้วก็ไม่ชอบที่ทาไปนานๆตรง T-ZONE มีแป้งหลุดเล็กน้อยนี่แหละค่ะ เราเป็นพวกไม่เติมแป้งระหว่างวันค่ะ ชอบลืมเติม+ขี้เกียจพกแป้ง สุดท้ายคือราคา แพงแต่ดีเลย(จำ)ยอม555 ยังดีหน่อยที่เราเป็นคนใช้แป้งไม่เปลืองนานมากๆกว่าจะหมดเพราะอย่างที่บอกเป็นคนไม่เติมแป้งระหว่างวัน แป้งรุ่นนี้มีรีฟิวให้เปลี่ยนนะคะหลังใช้หมด


จบแล้วค่ะ ไม่ได้อัพบล็อกนานเหมือนคนเก็บกดเลยเนอะ อัพซะยาวเลยค่ะ 

หวังว่ารีวิวของเราจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่เข้ามาอ่านบ้างนะคะ 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน มาดูรีวิวของเรานะคะ ขอบคุณค่ะ : )