2.14.2559

Review :: ไอเท็มเด็ดที่ชอบ แบรนด์อังกฤษที่ไม่ทดลองกับสัตว์ MARKS & SPENCER

สวัสดีค่ะ หายไปนานมากๆ มีสิ่งที่อยากรีวิวเยอะมาก เปิดศักราชใหม่ขอประเดิมบล็อกด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย MARKS & SPENCER แบรนด์สัญชาติอังกฤษ ที่อาจไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก ไม่ค่อยเห็นรีวิวภาษาไทย เลยอยากทำไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลค่ะ

จริงๆชอบของ MARKS & SPENCER หลายสิ่งมาก เสื้อผ้า (มีตั้งแต่ไซส์เล็กไปจนถึงไซส์ใหญ่เลยค่ะ) แต่ก็ราคาถือว่าสูงมาก เน้นซื้อตอน Sale ขนม ของกินต่างๆก็ชอบมากๆ ซื้อประจำ แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นพวกผลิตภัณฑ์ความงาม มาดูกันค่ะว่าทำไมถึงชอบ

มาประเดิมที่รูปภาพกันก่อน 



เรียงจากซ้ายไปขวา

MARKS & SPENCER Floral Collection Moisture Rich Foaming Bath Essence

สบู่เหลวอาบน้ำ กลิ่น Lavender จำราคาไม่ได้เป๊ะๆ แต่ไม่เกินห้ารอยบาทค่ะ คือปกติจะใช้สบู่เหลวเด็กน้อยทั่วๆไปค่ะ ตอนนี้ตัวนี้คือลูกรักมากๆ ปกติเฉยๆกับกลิ่นลาเวนเดอร์ ค่อนไปทางไม่ชอบด้วยซ้ำ
แต่ของ M&S นี่คือหอมแบบหอมผู้ดี ไม่ฉุน ใช้แล้วไม่เมากลิ่นทำให้แฮปปี้กับการอาบน้ำมาก แถมผิวไม่แห้งตึงด้วยค่ะที่สำคัญเลยราคาไม่แพงเกิน ปริมาณก็ได้เยอะ ใช้ได้นาน คุ้มราคาอยู่นะ

คะแนน 100/10 ไปเลยค่ะ

อันนี้เป็นข้อมูลด้านหลังนะคะ





MARKS & SPENCER Silky Talcum Powder
ราคา 275 บาท

แป้งทาตัวกลิ่น Rose หอมแบบไม่ฉุนอีกแล้ว ส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยทาแป้งที่ตัว นานๆทีจะหยิบมาใช้
แต่โดยรวมคือดีค่ะ แป้งละเอียด นุ่มๆ ดี
คะแนน 4/5







สุดท้าย MARK & SPENCERS Floral Collection Anti-Perspirant Roll-on

ราคา 210 บาท
โรลออนกลิ่น Lavender ใช้คู่กับสบู่อาบน้ำ ดีงาม คือปกติเป็นแฟนพันธุ์แท้โรลออนสารส้ม เพราะชอบที่มันไม่มีกลิ่น ถูกดีด้วย กลิ่นตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ หอมแบบไม่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง คิดว่าติดทนด้วยนะคะ ส่วนตัวเราใช้แล้วก็ไม่ได้ทำให้น้องจั๊กคล้ำแต่ประการใด ที่ชอบอีกอย่างคือไม่เหนอะแหนะค่ะ แล้วก็ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ
คะแนน 4.75/5 

ข้อมูลเพิ่มเติมดานหลังนะคะ




แต่จะบอกว่าที่ชอบที่สุดคือ แบรนด์ MARKS & SPENCER ไม่ทำการทดลองกับสัตว์ค่ะ เดี๋ยวนี้เราหาข้อมูล และหันมาใช้แบรนด์ที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์มากขึ้นค่ะ เรียกว่าดูแลตัวเอง แบบลดการเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลกเนอะ 

สิ่งอื่นๆที่ชอบก็คือการทำฉลากข้อมูลละเอียดดี ฉลากไทยมีวันเดินปีผลิตกับหมดอายุดีมากๆแล้วก็ระบุวันหมดอายุหลังเปิดใช้ด้วย สามตัวนี้หลังเปิดใช้มีอายุ 24 เดือน แพคเกจดีงามเลอค่าด้วยค่ะ ที่สำคัญคือราคาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ 

จบแล้วค่ะ ไว้วันหลังจะพยายามทำรีวิวไอเท็มที่เราชอบอื่นๆอีกนะคะ
อยากลองแฮนด์ครีมของแบรนด์นี้มาก


6.15.2557

☁เห่อ☁ เปิดถุง Shopping จากญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะ พอดีเราไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา กว่าจะได้ฤกษ์เห่อก็จนบัดนี้ 555เราไปเที่ยวแบบไปเองไม่ได้ไปกับทัวร์ เลยมีเวลาช็อปเยอะมากๆ

ขอเริ่มจากพวกขนมก่อนนะคะ




อย่างแรกเลย ขนม Shiroi Koibito (白い恋人)  เป็นขนมขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอยู่นะคะข้างนอกเป็นคุกกี้ประกบกัน มีช็อคโกแลตนมอยู่ตรงกลางข้างในตัวนี้เราว่าอร่อยมากๆเลย เสียดายซื้อมากล่องเดียว

5/5

☁   ☁   ☁  ☁  ☁  ☁ 

Tokyo Banana 

อันขึ้นชื่อ ก็คือบางรสไม่มีที่สนามบินนาริตะนะคะ ต้องซื้อในเมืองราคาที่นาริตะจะถูกกว่าข้างนอก แต่ข้างนอกจะแถมถุงสวยงามหลายถุง 555 ตัวที่ซื้อจากข้างนอกสามารถถือขึ้นเครื่องบินได้เช่นกันค่ะ


รส Banana Caramel Custard Cream ตัวนี้เราซื้อที่นาริตะ รสชาติจะหวานๆ ใครที่ชอบรสหวานน่าจะชอบ ส่วนเราเฉยๆ
2.5/5



รส Original รสกล้วยที่น่าจะขายดีที่สุด ซื้อที่นาริตะ รสชาติโอเคค่ะ เราได้ลองชิมแบบขายแยกเป็นชิ้น จาก JR Ueno อยู่แล้ว
4/5



รส Chocolate Banana Cream อันนี้ที่นาริตะไม่มีนะคะ เราซื้อจาก Tokyo Skytree เราชอบรสนี้ที่สุด ไม่หวานมาก ผลมช็อคโกแลตกับกล้วยกำลังดี
5/5



อันนี้เป็นแบบเหมือนคุกกี้กรอบๆ ประกบไส้อะไรซักอย่างตรงกลาง หอมกลิ่นกล้วย ตัวน้ีเราชอบมากกว่า พวกที่เป็นแป้งนุ่มๆข้างบนอีกค่ะ
5/5 

ช็อคโกแลตของ Royce



ซื้อที่นาริตะค่ะ เค้าจะมีน้ำแข็งแห้งให้เราซื้อด้วย กล่องสีน้ำตาลเราเฉยๆ ชอบกล่องสีน้ำเงินที่สุด ช็อคโกแล็ตเข้มข้น ไม่หวาน กล่องสีเขียว ชาเขียวเข้มข้นมากๆ จริงๆมีรสอื่นๆอีก แต่ซื้อมา 3 รส 


☂  ☂  ☂  ☂  ☂  ☂  ☂ 


ต่อมา เข้าสู่โหมดเครื่องหน้าซะที 555


มาต่อที่ Duty Free King Power 

1.รองพื้นที่ Chanel Perfection Lumere  อยากลองมานาน เราก็จัดการเปิดใช้ในทริปญี่ปุ่นครั้งนี้เลย 555 ตัวนี้ดีมากๆเลย เนื้อแมทคุมมัน แต่ไม่หนา เหงื่อออกแล้วสวย ปกปิดพอประมาณ
2. Eye&Lip Remover ของ L'OREAL ไม่ต้องพูดมาก ใช้มาจนเลิกนับขวดแล้วค่า
3. ลิปบำรุงของ Doir 


หมวดสกินแคร์และเครื่องสำอางที่ซื้อที่ญี่ปุ่น ถ้าจะซื้ออะไรควรหาข้อมูลดีๆ เพราะส่วนมากไม่ค่อยมีฉลากภาษาอังกฤษค่ะแล้วก็แต่ละร้านมันเยอะมากๆๆ ละลานตาจริงๆ เราดูตัวฮิตๆจากการจัดอันดับ Cosme ญี่ปุ่น กับกระทู้เปิดถุง Shopping เป็นข้อมูลไว้




1. โฟม Perfect Whip อันเลื่องชื่อ ตัวนี้โอเคนะคะ ตีฟองได้เยอะดี แต่ไม่ใช่ที่ 1 ในใจ
2. โฟมล้างหน้าสูตรเต้าหู ตัวนี้เราชอบมากๆ จัดมา 3 เลยค่ะ
3. เป็นมาร์สแบบลอกๆ คล้ายๆมาร์สดำ Kose ตัวนี้จริงๆแพคเกจมีพลาสติกแข็งๆหุ้มนะคะ แต่เราแกะมาลอง ถือว่าเริ่ดอยู่ค่ะ








  • หวีนี่เห็นเค้าว่าของญี่ปุ่นดีเลยจัดมา 3 แบบ ซื้อที่ Loft 
  • ปากกา แหนบไว้ถอนขนคิ้ว กรรไกรตัดเล็บ ซับมัน ของ Muji
  • พัฟ กับที่ล้างพัฟ Shiseido 
  • Vitamin C ของ DHC
  • ที่มัดผม ซื้อที่ Harajuku 







1. เป็นบำรุงผิวของ Hada Labo เนื้อเป็นแบบเจล เห็นว่าเข้าไทยแล้ว แต่เป็นผลิตที่จีน ยี่ห้อนี้ซื้อญี่ปุ่นจะเป็น Made in Japan ค่ะ
2. มาสคาร่าของ  Majorica Majorca ติดอันดับ 2 ของ Cosme อันล่าสุด จริงๆยี่ห้อราคาไม่ได้ต่างไทยมากมาย ยิ่งตอนนี้ญี่ปุ่นขึ้นภาษี ที่ไทยเวลาลดเผลอๆอาจถูกกว่าญี่ปุ่นหน่อยนิง แต่เราก็ซื้อมานะ 555
3. อายไลเนอร์ Love Darling ติดอันดับ 1 ของ Cosme แล้วเราลองใช้แล้วมันดีมากเลย
4. ลิปมัน DHC ซื้อจากดองกี้ Shibuya เห็นว่าลดราคาอยู่ เราสอยมา แล้วไปเจอที่ร้าน DHC ที่ Shibuya อีก ขายแบบ 3 อันต่อแพ็ค ถูกกว่าที่ซื้อแยกๆจากดองกี้อีก แต่แพ็คเกจจะไม่เหมือนกัน
5. สครับของ Muji
6. เป็น BB แบสเปรย์ของ Esprique แบรนด์เครือ Kose คือไม่ได้ฉีดที่หน้าโดยตรง แต่ฉีดลงฟองน้ำ เห็นเหมือนทัวร์จีนหยิบหลายคน เลยหยิบตามค่ะ รู้สึกจะเป็น Limited Edition ด้วย
7. เป็นครีมทาตา เหมือนช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาค่ะตัวนี้




 
ต่อมาเป็นพวกเครื่องสำอางที่เราซื้อที่ญี่ปุ่น แล้วก็ได้ลองแกะใช้ที่นั่น 555 จะขอรีวิวแบบคร่าวๆ สั้นๆ นะคะ
1. ลิปมัน DHC Lip Cream ชอบตั้งแต่สมัยมี DHC ที่ไทย แต่พอเลิกขาย มีโอกาสไปญี่ปุ่นเลยจัดซะหน่อย ตัวนี้ดีมากๆค่ะ แนะนำเลย ราคาไม่แพง
2. อายไลเนอร์ของ Love Darling ตัวนี้ดีมาก เขียนง่ายติดทน ไม่แพนด้า
3. กันแดด ALLIE สูตรเป็นเหมือนกึ่งครีมกึ่งเจล ตัวนี้ติดอันดับ Cosme เป็นตัวขายดีของยี่ห้อนี้ แต่ส่วนตัวชอบอีกรุ่นของยี่ห้อนี้ที่เป็นน้ำนมมากกว่า
4. เป็นมาสคาร่าของ Little Witch ตัวนี้ติดอันดับ Cosme เหมือนกันค่ะ เป็นมสคาร่าสีน้ำตาล ทำให้หน้าดูหวานขึ้น
4. มาร์สเต้าหู้ชื่อดังที่เค้าเปลี่ยนแพคเกจจากเดิมสีเหลือง แล้วก็เพิ่มปริมาณ ขึ้นราคาด้วย ใช้แล้วหน้านุ่มดีค่ะ




ต่อมากันแดดอาจจะเยอะหน่อยนะคะ เพราะเราชอบกันแดดของญี่ปุ่นที่เป็นน้ำนม ไม่ชอบกันแดดแบบดรีมๆ ใช้แล้วรู้สึกเหนอะๆ ไม่สบายหน้า
1. กันแดดของ ALLIE ในเครือ Kanebo ตัวนี้เราเคยใช้ที่ไทยก็มีขาย เราว่าดีมากๆเลยค่ะ ราคากลางๆ กันแดดดี คุณภาพเกินราคาเป็นเนื้อโลชั่น ไม่คุมมันแต่ไม่ทำให้หน้ามันขึ้น ไปญี่ปุ่นก็เลยจัดซะหน่อยค่ะ
2. กันแดด Impress IC ตัวนี้ซื้อที่นาริตะ ตัวนี้จะคุมมันดีที่สุด ใช้แล้วจะแมทๆหน่อย หน้าร้อนโอเคมากๆ แต่ใครหน้าแห้งน่าจะไม่เหมาะกับตัวนี้
3. กันแดด Ipsa ตัวนี้ดีมากๆๆ เป็นทาไปแล้วพอเซทตัวจะเป็นเหมือนแป้ง ไม่แมทและไม่มัน รู้สึกแต่งหน้าง่ายขึ้น ราคาที่ไทยแพงอยู่เหมือนกัน ตัวนี้ที่ญี่ปุ่นร้านขายยาไม่เห็นเลยนะคะ เราไปได้ที่ห้างที่ Shinjuku คิดว่าน่าจะขายตามห้าง อยู่บริเวณเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค่ะ ที่นาริตะเราไม่เจอเคาน์เตอร์ของ Ipsa เลย
4. ที่ดัดขนตาของ Shu Uemura ซื้อที่นาริตะจัดรายการอยู่พอดี ถูกกว่าซื้อเดี่ยวๆและซื้อจากไทยมากๆๆ



เก็บตกพวกเครื่องสำอาง ไม่ได้ซื้อเยอะเพราะตอนไปเกาหลีจัดมาเยอะ เลยซื้อที่จำเป็นจริงๆ แฮ่ๆ
1. Bifesta ที่ล้างเครื่องสำอางแบบทิชชูไว้พกพาเวลา
2.  เป็นบรอนเซอร์เหมือนขายดีมาก เห็นสาวญี่ปุ่นหยิบเยอะเลยหยิบตาม เพราะกำลังขาดบรอนเซอร์
3. Eyeshadow ของ Visee เห็นโมเมพาเพลินแนะนำ แล้วลองเทสต์คุณภาพดีอยู่เหมือนกัน แล้วสีนี้ยังไม่เคยมี เลยซื้อมาลอง
4. ที่เขียนคิ้ว Intregate เครื่องสำอางในเครือ Shiseido ตัวนี้เห็นคนพูดถึงเยอะอยู่เหมือนกันเลยเอามาลอง แต่ที่จริงชอบเขียนคิ้วแบบฝุ่นของ Kiss Me Heavy Rotation ค่ะ ชอบมากกว่าของ Kate ที่ดังๆอีก แต่ที่ญี่ปุ่นราคาพอๆกับไทย เลยซื้อตัวนี้มาลองแทน






ไปเดิน Muji สาขา Ginza ที่ใหญี่ที่สุดเลยซื้อพวกของกินมา ตัวเด็ดคือ White Chocolate ที่สอดไส้สตอเบอร์รี่แบบลูกๆ เปรี้ยวๆ หวานๆ ดีค่ะ










ขนมที่ซื้อมาจากร้านทั่วๆไป ที่แปลกๆก็คิทแคทรสลิ้นจี่กับลูกอม VICKS






แวะร้านที่คล้ายๆโอท็อปของ Hokkaido ที่ Ginza ใกล้ JR Yamanote เลย ชื่อร้าน Hokkaido Dosanko Plaza เราได้ช็อคโกแลตเมลอน หอมๆหวานๆมา แล้วก็ Royce Chocolate ตัวนี้ก็อร่อยดีค่ะ ที่นี้มี Royce แบบมันฝรั่งที่ฮิตๆด้วย แต่ไม่ได้ซื้อมา ร้านนี้แนะนำมากๆถ้าได้ไปแถวกินซ่า ของหลากหลายน่าซื้อทุกอย่าง แน่นอนมีนมฮ็อคไกโดชื่อดัง เราซื้อมาชิมแล้วลองชิมอร่อยมากๆๆ หอมๆมันๆ แนะนำเลยค่ะ









ร้านนี้เราแนะนำให้ลองกินไอติมเมลอน นมสด ที่เอาของขึ้นชื่อฮ็อคไกโดทั้ง2มาทำส่วนสาหร่ายซื้อจากร้านคล้ายๆโอท็อปของ Osaka ร้านนี้ทาโกะยากิกับซาลาเปาให้(ยืน)กินที่ร้านเลย อร่อยดีค่ะ















คิทแคทชาเขียว ส่วนตัวเราเฉยๆค่ะ มีคนฝากซื้อด้วย แล้วก็ Popcorn ราคาถูกมากๆ รสชาติเกินราคา ชีสเข้มข้นมากๆ




ส่วนตัวไม่ชอบอะไรแบบหวานๆ ฟรุ้งฟริ้ง กระเป๋าใส่เหรียญกับคาดผมมินนี่เมาส์  ซื้อมาจาก Disneyland 
ที่ติดตู้เย็นมารูโกะ ซื้อจาก Tokyo Skytree ส่วนตัวชอบการ์ตูนมารูโกะมากๆค่ะ 555



เก็บตกน้ำแร่ยอดฮิต คือไม่ได้เข้าวัตสันนานแล้วเพิ่งรู้ประเทศไทยก็เอามาขายแล้ว ญี่ปุ่นถูกกว่าหน่อยนึง เสียดายที่หอบมา หนักปล่าวๆ T^T 




ร้านต่างๆที่เราไปซื้อสกินแคร์ เครื่องสำอาง และเป็นที่ยอดฮิตอยู่เหมือนกัน มีดังนี้ค่ะ

- ร้าน Matsumoto มีที่หลายสาขามากๆ เราเจอที่ Ueno 2 สาขาเลยในตลาด Ameyoko, Ginza ใกล้ๆ JR Yamanote, Shibuya อยู่ติดถนนใกล้ๆ 5 แยกเลย

- ร้าน Don Quijote หรือดองกี้ มีหลายสาขาเหมือนกัน เราไปเจอที่ Shibuya เยื้องๆ H&M เราไปเจอคิทแคทลดราคาที่นี่ ร้านนี้ขายทั้ง เครื่องสำอาง ยา ของกิน เสื้อผ้า คอนแทคเลนส์ ของใช้ต่าง ฯลฯ เยอะและหลากหลายมากๆค่ะ เรียกว่าขายตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยังเรือรบ 555

- ร้าน Cosme ไม่แน่ใจมีกี่สาขา เราไปเจอที่ห้าง OIOI สาขา Ueno ค่ะ ร้านนี้จะมีสิ้นค้าบางอย่างที่ร้านอื่นไม่มี ขายตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงมาก มี Suqqu, Paul&Joe ขายที่นี่ด้วยค่ะ แน่นอนต้องมีเครื่องสำอางที่ติดอันดับ Cosme วางขายอยู่ด้วย เรียกได้ว่ามีแต่ของเด็ดๆร้านนี้ เราว่าเค้าแต่งร้านน่ารักดีค่ะ

- Loft เราเจอที่ Ginza ใกล้ ๆ JR Yamanote เลยค่ะ ของจะถูกจัดเป็นหมวดหมู่ให้เลือกซื้อง่าย ของที่นี่ที่เด็ดๆบางอันก็หาจากร้านอื่นไม่ได้  นอกจากสำอางก็ยังมีข้าวของเครื่องใช้เยอะเหมือนกันค่ะ

- Muji มีหลายสาขา ที่ไทยก็มีค่ะ เค้าทำเครื่องสำอาง สกินแคร์ ออกมาดีอยู่เหมือนกันนะคะ เราเจอที่ห้าง OIOI สาขา Ueno ส่วนที่ Ginza ติดกับ Loft เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย Muji ขายข้าวของเครื่องใช้อีกหลายประเภทอยู่เหมือนกันค่ะ เค้าจะเน้นเรียบๆ ซึ่งเราชอบอยู่หลายอย่าง เสียทรัพย์ให้สาขาที่ไทยบ่อยๆ

- ร้านขายยา ร้านขายเครื่องสำอางอื่นๆ ตามสถานีรถไฟ Ueno ก็มีหลายร้านเลยค่ะ แต่ของไม่เยอะมากเท่าร้านที่เราบอกไป ราคาสูงกว่าร้านที่ว่านิดๆ


 ❀  ❀  ❀  ❀  

ต่อมาเข้าหมวดเพลง พวก CD ที่ไทยไม่มีขาย ไปเจอที่ Shibuya ร้านอยู่ตรง 5 แยก Shibuya ตึกเดียวกับ Starbuck ชื่อดัง ที่คนชอบไปนั่งดูคนข้ามถนน 5 แยกนั่นแหละค่ะ อยู่ใกล้ Starbuck เลยค่ะ มีหลายชั้นด้วย เราไปหา CD แนวเพลงที่เราชอบที่ชั้นใต้ดิน ราคาสูง(มาก)อยู่เหมือนกันค่ะ




ขอเพิ่มข้อมูลเรื่องร้านแผ่นเสียง(Vinyl)นิดนึงค่ะ พอดีเราไปเจอร้านนึงเด็ดมาก มีแผ่นเสียงของศิลปินเก่าๆที่หายากทั้งเพลงสากล เพลงญี่ปุ่น เยอะเลย อย่างสากลที่เราชอบก็  The Doors, Pink Folyd, The Beatles ฯลฯ พวก Soundtrack หนังเก่าๆอย่าง Breakfast with Tiffany, The Graduate ฯลฯ ก็มี เราแผ่นเสียงได้ของ David Bowie มาจากร้านนี้เลยค่ะ แต่ดันไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู

เราถ่ายรูปร้านมาให้ดู ตามภาพข้างล่างเลยค่ะ



อันนี้เป็นป้ายชื่อร้าน



พิกัดร้าน : อยู่ในตลาด Ameyoko ตรงข้ามสถานี Ueno จะเห็นร้าน Uniqlo ร้านจะอยู่ซอยซ้ายมือของร้าน Uniqlo เดินเข้าซอยไปเรื่อยๆร้านจะอยู่ขวามือค่ะ 


 ❀  ❀  ❀  ❀  


เราว่าไปญี่ปุ่นไปเองไม่ง้อทัวร์ ไม่ยากเลยค่ะ ถ้าศึกษาข้อมูลไปดีๆ วางแผนการเดินทาง การกิน ช่วยให้ไม่เสียเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ แอบภูมิใจที่ไม่หลงเลยค่ะ แฮ่ >_<

จบแล้วค่ะ ขอโทษที่ยาวมากๆ แต่อยากให้เป็นประโยช์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลไปเที่ยวค่ะ


3.03.2557

Review : รีวิวหลายสิ่งที่ใช้แล้วชอบ ปนๆไปกับสิ่งที่ใช้แล้วผิดหวัง



สวัสดีค่า หายไปนานเลย วันนี้คึกอยากรีวิวเครื่องสำอางในกรุ หยิบตัวไหนติดมือมาก็เอามารีวิวเลยค่า
ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนผิวขาวเหลือง ผิวผสม  นะคะ


Lunasol Under Eyes Concealer เบอร์2


ตัวนี้ซื้อซ้ำ 2 ครั้งแล้ว รู้สึกว่าใช้ง่าย ชุ่มชื้นไม่ตกร่องใต้ตา เกลี่ยงาย เบอร์ 2 ปกปิดแพนด้าใต้ตาเราได้กำลังดีไม่ขาวไม่คล้ำไป ชอบเลยค่ะ ถึงจะแอบไปใช้ตัวอื่น แต่ก็ยังชอบตัวนี้เสมอ

5/5



บรอนเซอร์ Salar Powder


เราว่าเป็นบรอนเซอร์ที่เหมาะสำหรับมือใหม่หัดคอนทัวร์ค่ะ เพราะสีมันไม่ออกมาเป็นปื้นๆ สีไม่เข้ม แบบทาแล้วโดนของ หน้ามือ สีที่ออกมาก็สวยนะคะเหมาะกับคนเอเชีย แต่ถ้าใครชอบแบบสีชัดๆ แน่นๆ อาจจะไม่ชอบอันนี้ สำหรับเรา เราชอบแต่ก็คงไม่ซื้อซ้ำเพราะมีเป้าหมายใหม่ 555

4/5



MAC Blush Ombre สี Azalea Blossom

บลัชออนตัวนี้เป็นลิมิเต็ดนะคะ แต่ที่อยากเอามารีวิวเพราะแมคชอบออกลิมิเต็ดมาซ้ำ ก็คือเราเคยพลาดสีนี้ไปตอนเป็นลิมิเต็ดครั้งแรกหลายปีก่อน แต่แมคทำออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง แต่ก็เป็นลิมิเต็ดเหมือนเดิม ถ้าจำไม่ผิดน่าจะปี 2012 ค่ะ เราเลยได้โอกาสสอย



คือเป็นบลัชออนที่เราชอบมากๆๆ ใครที่มีผิวเหลืองแล้วปัดบลัชออนสีชมพูแล้วสีเพี้ยน แนะนำเลยว่าให้ลองหาสีชมพูอมม่วงมาลองปัดค่ะ จะได้สีชมพูไม่เพี้ยนเลย เราใช้บ่อยมากแต่แทบไม่ยุบเลย หวังว่าแมคจะผลิตออกมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ถ้าทำออกมาอีก ไม่ต้องเป็นลิมิเต็ดแล้วได้มั้ย T_T

5/5


MAC Sheertone Shimmer Blush สี Foolish Me




บลัชออนตัวน้ีจะเป็นสีส้มแบบส้มจริงๆ มองในตลับอาจน่ากลัว แต่ปัดออกมาแล้วสีสวยมากๆค่ะ คือเราผิวเหลือง เคยทาสีส้มแล้วดับ โดยเฉพาะส้มชานม อะไรเทือกนี้ แต่อันนี้ผ่านค่ะ ทาแล้วหน้าดูสว่าง เป็นสีส้มที่สวยมากๆจริงๆ

5/5



แป้งฝุ่น MAC Select Sheer  เบอร์ NC15

แป้งตัวนี้เป็นที่สุดแห่งความ ….. เฟลค่ะ เพราะทาแล้วมันเปลี่ยนสี หมองมาก ทั้งๆที่เลือกสี NC15แล้ว
แถมเนื้อแป้งที่ทำให้พอทาไปซักพักเหมือนหน้าจะมัน แอบเหนียว ไม่มีพัฟแถมให้อีกต่างหาก กลับไปซบอกแป้งฝุ่นชาแนลเหมือนเดิม

คะแนน 0 ไม่มีจะให้ค่า 


เข้าสู่โหมดลิปสติกแบบกรุบกริบ



เรียงจากซ้ายไปขวานะคะ

1. Chanel Rouge Allure เบอร์ 23 Discrete 

ตัวนี้เป็นลิปในดวงใจค่ะ สีสวย ออกแนวธรรมชาติ เป็นสีที่ทาได้ทุกวันทาได้ทุกโอกาส คือเราเคยทา Hug me ของ MAC แล้วรู้สึกมันออกน้ำตาลไป ตัวนี้เกือบคล้าย แต่สวยกว่า ออกชมพูกว่า

5/5


2. L'OREAL เบอร์ 503

เราว่าสีนี้เป็นชมพูชีดไปค่ะ ทาเดี่ยวๆป่วยมาก เอาผสมอะไรก็รู้สึกมันไม่สวย เพราะเนื้อครีมมี่ ฉ่ำเกินไปทาแล้วต้องซับทิชชู่ออก ถึงจะพอดี

1/5


3. Skin Food Shea butter Lip Care Bar #Watermelon

ตัวนี้เพิ่งซื้อจากเกาหลีเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาเองค่ะ เรื่องของเรื่องคือลิปบาล์มที่เอาไปดันหาย เลยซื้อตัวนี้มาแก้ขัด แต่มันดีเกินคาดมากๆ อากาศติดลบที่เกาหลีก็เอาอยู่ค่ะ แต่เราก็หมั่นเติมนะคะ ตัวนี้ให้ความชุ่มชื้นดีมาก มีสีนิดๆ หอมด้วย ฮือ เสียใจจังซื้อมาแค่อันเดียว

5/5


4. Laura Mercier สี Arabesque
สีที่ดูจากในแท่ง และสีปาดให้ดู ดูสวยใช่มั้ยคะ แต่ความเป็นจริงสีมันแปลกๆง่ะ คือเป็นสีออกนู้ดๆพีชๆ
ที่ทาแล้วดูซีด ทายากมาก แต่เนื้อเค้าโอเคนะคะ

2/5


Lunasol Eyeshadow 

มี 2 รุ่นค่ะ ซ้ายไปขวานะคะ
1. เบอร์ 03 Soft Beige เบื่อๆโทนน้ำตาล ก็มาใช้โทนนี้บ้าง รุ่นนี้ชิมเมอร์กำลังดี ไม่เวอร์ค่ะ
2. เบอร์ 04 Cool Beige อันนี้ซื้ออันเดียวแต่เหมือนได้หลายโทนสี รุ่นนี้วิ๊งกระจาย

ขอรีวิวรวมๆเลยว่า Lunasol ทำอายแชโดว์ออกมาสวยตลอด คือชิมเมอร์เค้าจะสวย วิ๊งละเอียด ปกติจะไม่ชอบอายแชโดว์แบบมีชิมเมอร์เลย แต่ยอมให้ยี่ห้อนี้เลยเรื่องความวิ๊ง แบบเลอค่า 555 แล้วแต่ละรุ่นมีเนื้อต่างๆกัน โทนสีก็จะดูลงตัว ไม่โดด

5/5


MAC Mineralize Blush สี Dainty 



ตัวนี้ไม่ต้องบอกอะไรมากเลยค่า ตลับที่2แล้ว สีจะใกล้เคียงกับ NARS สี Deep Throat ซึ่งเราเคยมี
แต่เราชอบ MAC มากกว่า เราว่าปัดง่ายกว่า NARS แมคมีชิมเมอร์สีทองเล็กมากๆๆ ปัดออกมาเป็นสีพีชแบบใสๆ 

5/5


Sleek Eyeshadow สี OH SO SPECIAL 658

อันนี้เป็นของฮิตที่เราซื้อตามกระแส ซึ่งก็โอเคเลยค่ะ สีในพาเล็ทสวยมีครบ แต่งได้หลายลุค เนื้อของอายแชโดว์ก็คุ้มราคา แต่อาจมีบางสีอย่างสีแมทๆ ไม่แน่น ติดยาก

4/5


Maybelline Color Tatto สี 45 Bold Gold



เป็นอายแชโดว์สีทองที่สวยมากๆเลยค่ะ เรื่องความติดทนสุดยอด แต่อาจเกลี่ยยากนิดๆ 

4.5/5


หมดแล้วค่ะ รีวิววันนี้
:D

2.15.2556

Review ❀❀ กรุบกริบกับสิ่งที่ชอบ •‿• Dior, Armani, Missha, Revlon, CHANEL, Covermask

สวัสดีค่า
ว้นนี้จะมารีวิวสิ่งที่ใช้แล้วชอบนะคะ
ระหว่างนี้ฟังเพลงเพลินๆ ระหว่างอ่านได้เลยค่า : )



ออกตัวไว้ก่อนนะคะ ของที่มารีวิวเราซื้อมานานแล้ว สะสมมาเรื่อยๆ ไม่ได้ซื้อรวดเดียว
เพราะฉะนั้น ลืมราคาไปแล้วค่า แป่ว! = =" (ขอโทษน้า)


มาเริ่มที่ตัวแรก "Missha BB Boomer" ซื้อมาจากเกาหลี รู้สึกว่าไม่แพง คุ้มมาก คือสามารถใช้เป็นทั้งไฮไลท์ ผสม BB/รองพื้น ให้ลุคดิวดี้ แต่ไม่เยิ้ม มีชิมเมอร์ละเอียดมากๆๆๆปกติจะไม่ชอบอะไรแบบมีกลิตเตอร์ ชอบแบบวาวๆกำลังดี ไม่เวอร์วังใช้ได้ในชีวิตประจำวันเลยค่ะ 

คะแนน 4/5




อันนี้ลองทาให้ดูที่แขนนะคะ ซ้าย>>ไม่ได้ทา ขวา>>ทา





ต่อมาค่ะ แป้ง แป้ง แป้ง สิ่งสำคัญสำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเรา ไว้เซ็ทรองพื้น บีบีครีม ให้เด้ง ไม่ให้หน้าเหนียวหนุบหนับ

แป้งฝุ่น "Covermark" #Y2 จำชื่อรุ่นไม่ได้ แต่ราคาไม่แพงเลย ของถูกและดียังมีในโลก มองดูเนื้อแป้งดูเหลืองมาก แต่ทาออกมาก็ปกติไม่เหลือง เซทรองพื้น/BB แล้วผ่อง เด้ง สีไม่ดร็อป ให้ลุคแมท ไม่คุมมันแต่ใช้แล้วก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่มค่า

คะแนน 5/5







"Chanel Poudre Universelle Libre" เบอร์ 20 Translucent 1"มาถึงแป้งราคาโหดบ้าง ซื้อจากดิวตี้ฟรี ตอนไปเที่ยวค่อยยังชั่วหน่อย ปริมาณเยอะมาก ใช้ยังไงก็ไม่พร่องเลยค่ะ ซื้อมานานมากๆแล้ว ฮี่ๆ เนื้อแป้งละเอียดเบามากถึงมากที่สุด เนื้อฟุ้งเลย ทาแล้วเนียนมาก แต่ไม่ธรรมชาติเท่าไรถ้าใช้พัฟ ทาแล้วจะดูเป็นแป้งๆ หนาๆ บนผิว แนะนำให้ใช้กับแปรงแทนค่ะ แล้วไม่ชอบพัฟของ CHANEL ที่ให้มา กากมาก แข็งสุดๆ

คะแนน 4/5








มาที่ของถูกและดีอีกชิ้นจากเลฟร่อน เนื้อลิปรุ่นนี้ชุ่มชื้น ทาแล้วดูใสๆ แต่อาจกลบสีริมฝีปากไม่มิด เพราะเนื้อบางๆ แต่เราชอบมากทาวันสบายๆ ไม่ต้องแต่งหน้ามาก เราชอบทา 2 สีนี้ผสมกันค่ะ

คะแนน 4/5



ลองปาดให้ดู 055 >> 060





ต่อมาโลชั่นทาผิวของ Jergens สูตร Shoothing Aloe Relief เราใช้มาหลายปีแล้วตัวนี้ เลิกนับแล้วว่าใช้ไปกี่ขวด 555 ดีจริงๆค่ะ ใช้สูตรนี้ตลอดเลย เพราะเนื้อไม่หนักข้นหรือบางเบาเกินไป ทาได้ทั้งปีเลย กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน เคยมีเพื่อนถามฉีดน้ำหอมอะไรหอมจัง ที่จริงใช้ตัวนี้อย่างเดียววันนั้น  :D

คะแนน 5/5







"Armani Lasting Silk UV foundation SPF 20" เบอร์ 5 เป็นรองพื้นที่แพงมากในความคิดเรา ขนาดซื้อในดิวตี้ฟรียังรู้สึกว่าแพงเลยค่ะ รองพื้นให้ลุคสวยธรรมชาติ เบาๆไม่โบ๊ะ เหมาะกับคนผิวผสม-มันแบบเรา ตอนทาจะรู้สึกเนื้อรองพื้นจะแมทนิดๆ แต่พอทาเสร็จไม่ได้ให้ลุคแมทแบบแบนๆ เพราะรองพื้นกระจา ยแสงดี ดูผิวดี ธรรมชาติ ดู Silk จริงๆสมชื่อ

แต่ๆๆ ด้วยราคาและความยากในการไขว่คว้าหาซื้อในไทย เราคิดว่ามีรองพื้นที่ดีเท่าๆตัวนี้ ในราคาที่ถูกกว่า(เยอะ)น้า

คะแนน 3.5/5 






สุดท้ายแล้ว "Dior Rouge Dior Lipstick"  เบอร์ 765 เป็นลิปสติกสีชมพูเจือบานเย็นนิดๆ สวยมากกก
เนื้อดีมากกก เราชอบกว่าลิปสติก Chanel,YSL อีกค่ะ เพราะ สีชัด,เนื้อดีไม่เป็นคราบ,ชุ่มชื้น,ไม่แมทหรือครีมมี่เกินไป

รักมากกกกกก....

คะแนน 5/5 





เอารูปที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อสีนี้ค่ะ ทาออกมาแล้วได้แบบรูปข้างล่างเลยค่า : )



จบแล้วค่า