1.25.2560

Review : รีวิวรองพื้นสุดฮิต ดีจริงรึเปล่า? DIOR DIORSKIN STAR FOUNDATION




 DIORSKIN STAR

STUDIO MAKEUP - SPECTACULAR BRIGHTENING 

WEIGHTLESS PERFECTION - LONG WEAR - BROAD SPECTRUM SPF 30


ปริมาณ 30 ml, ราคา 2,400 บาท


ก่อนอื่นเราขอพูดแบบจริงจังเรื่องราคาเป็นสิ่งแรก เพราะส่วนตัวไม่สนับสนุนการถือโอกาสขึ้นราคาทีละมากๆของทุกแบรนด์ และการตั้งราคาแพงแบบเกินไปมากๆ ราคารองพื้น Dior ถือว่าโหดมาก มาSephora อเมริกา ราคา $50.00 (ประมาณ 1,700-1,800 บาท) ญี่ปุ่นประเทศที่ค่าครองชีพแพงกว่าบ้านเราแบบโหดมาก ราคา 6,480 เยน (ประมาณ 1,900-2,100 บาท ) ราคาไม่หนีอเมริกาและขายถูกกว่าบ้านเราอีก ราคาเคาน์เตอร์ไทย 2,400 บาท เมื่อปีก่อนๆราคา 2,000 บาท มีการปรับราคาขึ้นเยอะมาก รองพื้นหลายแบรนด์ราคาที่ประเทศเค้าพอๆกับ Dior หรือแพงกว่ากลับตั้งราคาได้ถูกกว่า Dior ซึ่งบางแบรนด์ราคาตั้งราคาดีมาก คือไม่ใช่ถูกนะคะ แต่ถือว่าเป็นเกณฑ์ที่รับได้ ทำให้อยากพุ่งตัวไปซื้อเคาน์เตอร์เลยจริงๆ ซึ่งเพื่อนๆอาจสามารถหารองพื้นที่ราคาไม่แพงเท่า Dior แล้วให้ลุคประมาณนี้ได้ แถมอาจชอบกว่ารองพื้น Dior ก็ได้ค่ะ




สภาพผิวเรา : ผิวผสม ทีโซนมัน ข้างแก้มแห้ง




ขวดแก้วหรูหรา น้ำหนักปานกลาง แต่ด้วยความที่เป็นขวดแก้วอาจไม่เหมาะจะพกพา ข้างในเป็นฝาปั๊ม




เนื้อสัมผัส

ปั๊มออกมาเนื้อรองพื้นเป็นแบบครีมที่มีความจับตัวกันเป็นก้อนแน่นๆ ที่มีความข้นหนืดของเนื้อรองพื้น ไม่ได้เป็นเนื้อเหลวๆ ต้องใช้ความว่องไวในการทาเพราะรองพื้นเซ็ทตัวเร็วมาก ไม่เหมาะกับการใช้แปรง หรือใช้มือปาดๆ เพราะจะดูหนาไป เนื้อมีความข้นทาแล้วลากไม่ไป ผลออกมาจะไม่สม่ำเสมอ ถ้าใช้มือต้อง กดๆ ตบๆ สรุปคือเหมาะกับการใช้ฟองน้ำที่สุดค่ะ  เนื้อรองพื้นลักษณะนี้ ต้องเตรียมผิวดีๆค่ะ ถ้าใครบำรุงผิวไม่ดี หรือผิวขาดน้ำ ตอนลงรองพื้น อาจไม่สมูท แต่งหน้าไม่ติดค่ะ  




ผลลัพธ์บนผิว
เมื่อแรกทา

พอเจอเนื้อสัมผัสตอนแรกก็แอบเฟล กลัวจะเป็นรองพื้นที่หนาๆหนักๆ เพราะปกติเราจะชอบแบบลิขวิด ที่เกลี่ยง่าย ซึ่งตอนแรก ถ้าใช้มือกับแปรงจะดูหนาๆ เหมือนรองพื้นกองกันบนผิว ใช้กับฟองน้ำดีที่สุดจริงๆ พอใช้ฟองน้ำลงรองพื้นจะถูกเบลนด์จนกลืนไปกับผิว  เนื้อรองพื้นเซ็ทตัวแบบ Demi-Matt  รองพื้นให้การปกปิดระดับปานกลาง พรางรูขุมขนได้ดี หน้าดูเนียนละเอียด รองพื้นกระจายแสงดี มีเอฟเฟกต์ความโกลวแบบพอดีๆ ทำให้ผิวดูมีมิติ เมื่อรองพื้นเซ็ทตัวจะรู้สึกเนียนกว่าเดิม ยิ่งใช้แป้งฝุ่น มาเซ็ทจะยิ่งดูเนียน ทาแล้วมีความกริบเนี๊ยบแบบดูรู้ว่าทารองพื้น แต่ไม่หนาจนถึงขั้นเคกกี้ ไม่มีการตกร่องรูขุมขน ไม่มีการไปเน้นหรือตกร่องริ้วรอยต่างๆ ตรงนี้ถือว่าดีมาก

ระหว่างวัน

รู้สึกชอบผิวตอนนี้มากกว่าตอนทาใหม่ๆเพราะเมื่อมีน้ำมันจากผิวมาผสมรวมกับรองพื้น รองพื้นเหมือนหลอมละลายกลืนไปกับผิวมากขึ้น เนื้อรองพื้นจาก Demi-Matte กลายเป็นแบบเนื้อ Satin ให้ลุคธรรม-ชาติมากขึ้น ผิวดูสวยกว่าตอนทาใหม่ๆอีกค่ะ มีการเพิ่มขึ้นของเอฟเฟกต์ผิวโกลว แต่ไม่ได้ทำให้ผิวดูมันหน้าเปียกแบบสาวเกาหลี รู้สึกชอบผิวตัวเองระหว่างวัน มากกว่าตอนทาแรกๆ รองพื้นตัวนี้ไม่คุมมัน ทีโซนเรามันขึ้นปกติ ต้องซับมันพอสมควร แต่รองพื้นไม่ได้ดูเละเทะบนหน้า ส่วนข้างแก้มที่ผิวแห้งมีความเฟรชตอนเหมือนทาใหม่ๆและระหว่างวันไม่มีการตกร่องรูขุมขนหรือ Fine line ถือเป็นรองพื้นที่ทำให้ผิวสวยตั้งแต่เริ่มแต่งหน้าไปจนล้างออก แต่ก็มีการไหลหลุดของรองพื้น



เรื่องความติดทน, การดรอป, และการเกิดคราบล่ะ?

ความติดทนที่ว่านี้ วัดจากผิวเราซึ่งเป็นผิวผสม และไม่ได้ใช้ไพรเมอร์นะคะ ถ้าทำงานห้องแอร์ คิดว่าติดทนประมาณ 8-9 ชั่วโมง แต่ถ้ามีการออกไปข้างนอก แดดร้อน อากาศร้อนๆ เหงื่อออก ติดทนประมาณ 6 -7 ชั่วโมง แล้วจะมีรองพื้นหลุดตรงบริเวณทีโซน ที่เป็นจุดที่ผิวมันของเรา โดยเฉพาะจมูกที่หลุดออกไปเกือบหมด ถ้ามีไพรเมอร์ก็น่าจะทำให้รองพื้นติดทนนานกว่านี้ ข้อดีของรองพื้นคือไม่เป็นคราบและตกร่องเลยระหว่างวัน ขนาดใส่แว่นกันแดด แค่เอานิ้วกดๆตบๆตรงบริเวณข้างจมูกที่ใส่แว่น ก็กลับมาเนียนกลืนกับผิวเหมือนเดิม เคยโดนน้ำ จากการกระหน่ำฉีดสเปรย์น้ำแร่ ก็ไม่ไหลเป็นคราบน้ำ แต่ก็มีหลุดๆไปเวลาซับหน้า มีการดรอป Oxidized ระหว่างวันบ้าง ถ้าช่วงไหนพักผ่อนน้อย ผิวเครียดแต่น้อยมากๆ ที่เราเจอวันที่ทาแล้วดรอป



คะแนน 
  • เนื้อเกลี่ยง่าย สบายผิว : 3/5
  • ปกปิด : 4.5/5
  • ความธรรมชาติ : 3/5
  • ฟินิชลุคบนผิว : 4.5/5
  • ติดทน : 4/5
  • ควบคุมความมัน : 2/5
  • ความพอใจ ความชอบส่วนตัว : 3/5


"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ ถ้ามีโอกาส ควรลองก่อนซื้อค่ะ"


1.24.2560

รีวิว L'OREAL Brow Artist Chisel Straight

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวมาสคาร่าคิ้วตัวโปรด ปกติเราจะใช้ของญี่ปุ่น แต่ปัญหาคือมาสคาร่าคิ้วญี่ปุ่น มันจะชอบเป็นปื้นๆ ติดผิวที่คิ้ว เนื้อส่วนมากจะแน่นเหนอะๆ ทำให้ดูไม่ทำธรรมชาติ นึกออกมั้ยคะ ต้องซับเนื้อมาสคาร่ากับทิชชู่ออกก่อนใช้ ต้องปัดแบบปราณีต หลังๆเลยตัดปัญหา เลิกใช้ไปเลย

ซึ่งความจริงเราไปตามหามาสคาร่าคิ้วอีกรุ่นของลอรีอัล ที่ชื่อรุ่น Brow Stylist Plumper ซึ่งป๊อบปูล่ามาก ที่ต่างประเทศ ไปอ่านรีวิว ดู Vlogger ในยูทูป จนอยากลอง แต่ดันไม่เข้าบ้านเรา เลยได้รุ่นนี้มาแทน เห็นลดราคาพอดีด้วยตอนซื้อ เลยซื้อมาแบบไม่ได้คาดหวังมาก


ตอนแรกๆ ยังเก้ๆกังๆ กับขนแปรงที่แปลกมาก จากทั่วๆไป แต่พอใช้เป็นแล้ว จะบอกว่าชอบมากๆๆ ขาดไม่ได้ไปแล้ว ใช้ง่าย สะดวก ปัดแล้วไม่เลอะเทอะ ปัดเร็วๆยังสวย ปริมาณเนื้อมาสคาร่าออกมากำลังดี  เราว่าใครขนคิ้วหนาๆ ไม่ต้องเขียนคิ้ว เอาตัวนี้ปัดๆ+วาดคิ้วเบาๆได้เลย มาสคาร่าเซ็ทตัวเป็นแบบฝุ่น 




ด้วยความที่แปรงเป็นแบบนี้เลยใช้สะดวกสุดๆ เขียนคิ้วแล้วเอาตัวนี้ปัดๆ เอาด้านข้างทิปตรงปลายแปรงเขียนหางคิ้ว แล้วเอาแปรงปัดขึ้น อีกทีตรงหางคิ้วที่วาด (คือเท่าที่สังเกตฝรั่ง เค้าเอาปลายแปรงมาสคาร่า แตะวาดหางคิ้วด้วย)ผลลัพธ์ สุดยอดดดด! ธรรมชาติ กำลังดี ไม่หลอก ไม่เละเทะ

ข้อเสียคือมีให้เลือกน้อยมาก 2 สี เท่านั้น ใครที่ย้อมผมอาจจะไม่มีสีที่เหมาะ แต่เราไม่ได้ย้อม เลยใช้สีเข้มสุดได้พอดี แต่สีเข้มสุดยังออก Cool tone ไปนิด 


คะแนน 3.75/5


"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ ถ้ามีโอกาส ควรลองก่อนซื้อค่ะ"


ป.ล. ผลิตภัณฑ์มีอายุหลังเปิดใช้ 6 เดือน ตามฉลาก
แล้วก็ Made in Korea ค่ะ :)

Review : แป้งผสมรองพื้น Shiseido Maquillage Dramatic Powdery UV (foundation) SPF25 PA++ 9.2g.


สวัสดีค่ะ ปกติเราจะชอบใช้รองพื้น + แป้งฝุ่น เพราะมันดูแนบสนิทกับผิวมากกว่าแป้งผสมรองพื้น แต่แป้งผสมรองพื้นก็ต้องมีติดตัวไว้สำหรับวันรีบๆ หรือเดินทางไปไหน  เลยอยากหยิบแป้งผสมรองพื้น Shiseido Maquillage Dramatic Powdery UV (foundation) SPF25 PA++ หนึ่งในแป้งที่มีในกรุมารีวิวค่ะ

ตัวนี้เราซื้อมาจากญี่ปุ่น ด้วยเหตุผล หลักๆ คือ ติดอันดับ Cosme ปี 2015 และ 2016 ได้อันดับ 1 สองปีซ้อนเลย แถมแบรนด์เคลมว่าเป็นรองพื้นเนื้อมูสมาอัดแข็ง ดึงดูดเงินในกระเป๋ามาก เลยซื้อมาทั้งรีฟิล ทั้งตลับ ซึ่งจะขายแยกเป็นปกติของแบรนด์ญี่ปุ่น 




แพคเก็จ + พัฟ 

แข็งแรงดีมาก เคสสีทองวาวๆไม่ก๊องแก๊ง รีฟิลแป้งก็ไม่ต้องใช้กาว ไม่เลอะเทอะดีค่ะ ชอบที่เค้าแถมพัฟมาให้ 2 อัน พัฟดีมากๆ เหมือนพัฟเป็นแอร์พัพที่เนื้อละเอียดกว่าแบรนด์ทั่วๆไป ดีกว่าพวกไฮเอนด์ CHANEL, DIOR อีกค่ะ พัฟจะไม่กินแป้ง แป้งที่ปาดจะติดแค่ด้านนอกของพัฟ ทำให้ซักแล้วแป้งที่ติดพัฟหลุดออกมาหมดเลย ซักแล้วขาวเหมือนใหม่ แถมแห้งไวกว่าพัฟปกติ

เนื้อแป้ง 

มีความนุ่มแบบนุ่มมาก ไม่ใช่แป้งแห้งๆ แข็งๆ เพราะเป็นรองพื้นเนื้อมูสอัดแข็ง เอาพัฟแตะแป้ง จะได้ปริมาณแป้งออกมาเยอะกว่าแป้งผสมรองพื้นทั่วไป เพราะความนุ่มของมัน เราใช้เบอร์ OC 30 ออกโทนเหลืองมากแบบโทนผิวเรา  เรา NC 20-25 BA สาวนิปปอนเลือกสีคล้ำกว่าเราประมาณสเต็ปนึง 





ทาด้วยพัฟ แป้งจะติดพัฟมาเยอะกว่าแป้งผสมรองพื้นทั่วไป เพราะความนุ่มของเนื้อแป้ง แถมพัฟเป็นแอร์พัฟที่ไม่กินแป้งอีก วิธีทาให้สวยคือเอาพัฟแตะเนื้อแป้งเบามือ ต้องเบามือกว่าเวลาเราทาแป้งผสมรองพื้นที่เคยทานะคะ ไม่งั้นหนาเตอะ แล้วทาแบบปาดๆเกลี่ยๆลงบนผิว ถ้าต้องการปกปิดเพิ่มก็ค่อยๆทาแป้งเพิ่มตามระดับความปกปิดที่ต้องการ  ปกติทาแป้งผสมรองพื้นเราจะชอบใช้แปรงทา แต่พัฟของแป้งตัวนี้ดีมากๆ นุ่มๆ ไม่ระคายเคืองผิวเลย ทาแป้งแล้วเนียนมาก

ทาด้วยแปรง เราใช้แปรงตัวนี้ของ Real Teqnique รุ่น Buffing Brush เราชอบมาก เหมาะกับการทาแป้งผสมรองพื้น เพราะรวดเร็ว ให้ลุคธรรมชาติ ปกปิดกลางๆ ไม่มีสกิลการแต่งหน้าอะไร ใช้แปรงนี้ก็ทาแล้วสวยค่ะ จริงๆเพื่อนๆคนไหนมีแปรงลักษณะนี้เอามาใช้ก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นของ RT เท่านั้น





ผลลัพธ์ผลผิว

ทั้งการทาด้วยพัฟและแปรง แป้งผสมรองพื้นตัวนี้ให้ความเนียน, ละเอียด เบลอรูขุมขน ทาแล้วรูขุมขนดูเล็กลง ดีเกินมาตรฐานแป้งญี่ปุ่น  ที่น่าแปลกใจคือเป็นแป้งเนื้อแมต และปกปิดดี สวนเทรนด์งานผิวของสาวญี่ปุ่นในปัจจุบันที่เน้นดิวอี้สุดๆ ไม่ตกร่องรูขุมขน ไม่เป็นคราบ ทาไปตอนแรกเนื้อจะแมตหน่อย ถึงแมตแต่ทาแล้วดูไม่แบน เพราะแป้งกระจายแสงดี เล่นแสงมากตามแบบฉบับญี่ปุ่น จะให้เอฟเฟกต์ผิวดูนวลๆ โกลวๆ กำลังดี คิดว่าแป้งตัวนี้เป็นสายปกปิดมากกว่าจะธรรมชาติ ปกปิดประมาณ Medium Coverage ถ้า Built ไปจนถึงขึ้น Full coverage จะดูหนาเตอะ แล้วก็จะเคกกี้ไป ระหว่างวันเมื่อเหงื่อออกหรือเมื่อแป้งไปผสมกับน้ำมันในผิว หน้าจะโกลวขึ้น ผิวดูดีกว่าทาตอนแรกอีก แต่ไม่ได้ดูหน้ามันแบบฉ่ำขั้นสุดแบบสาวเกาหลี 


ความติดทนและการควบคุมความมัน

คุมมันดีมากๆ ปกติทีโซนจะมันๆต้องซับมันบ้าง แต่อันนี้ไม่ต้องซับมันเลย ตรงทีโซนเฟรชมาก แทบจะเหมือนตอนเพิ่งทา ติดทนดีมาก แต่ถ้าวันไหนต้องออกแดด เหงื่อไหล แป้งก็อาจมีหลุดนิดๆไปบ้างตรงทีโซน แต่หลุดออกไปน้อยมาก ทาไปดูคอนเสิร์ตเหงื่อไหล แต่หน้าไม่มันแบบกระทะทอดไข่ มีเงานิดๆตรงจมูก  แป้งไม่เป็นคราบเลย ขนาดลองฉีดสเปรย์น้ำแร่คราบยังไม่มาเยือนเลย รวมถึงไม่ตกร่องรูขุมขน  สีไม่ดร็อปด้วย คิดว่าเหมาะกับคนผิวผสมและผิวมัน ผิวแห้งอาจต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์ดีๆหรือไพรม์เมอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นก่อนทาค่ะ ไม่งั้นถ้าที่ผิวแห้ง ทาแป้งเนื้อแมตลงไป จะไปเน้นพวก Fine Line อะไรพวกนี้ได้ และความแห้งของผิวจะทำให้ดูเคกกี้ ดูไม่ธรรมชาติ สำหรับเราผิวผสม ทีโซนมัน แก้มแห้ง ชอบนะคะ เหมาะกับอากาศร้อนๆบ้านเราค่ะ รอดแน่นอน เหมาะกับวันที่ต้องการการปกปิด ต้องการความเนียน คุมมัน และติดทนทาน


สิ่งที่ไม่ชอบ

ไม่ชอบฟีลตอนทาใหม่ๆ มันดูแป้งๆบนผิวไป ทำให้ดูไม่ธรรมชาติ แต่พอเวลาผ่านไป แป้งเซ็ทตัวผสมกับน้ำมันในผิว ดูดีมากๆ และด้วยความที่ปกปิดดี มันก็ดูรู้ค่ะว่าทาแป้ง ดูรู้แต่งหน้า แต่มันก็ให้เอฟเฟกต์ผิวดี ผิวสวย แบบคงทน ที่ไม่ถึงขั้นใส่หลอก เหมือนใส่หน้ากาก


คะแนน 
  • เนื้อเกลี่ยง่าย สบายผิว : 3/5
  • ปกปิด : 5/5
  • ความธรรมชาติ : 2/5
  • ฟินิชลุคบนผิว : 4/5
  • ติดทน : 4.5/5
  • ควบคุมความมัน : 4.5/5
  • ความพอใจ ความชอบส่วนตัว : 5/5

ซื้อต่อรึเปล่า?  : อาจจะซื้อรีฟิลมาใช้ต่อถ้าไม่เจอตัวถูกใจกว่าถือเป็นแป้งสายปกปิด+แมต ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ขนาดปกติจะชอบแป้งแนวบางๆธรรมชาติ ยังรู้สึกชอบแป้งตัวนี้



"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ"

12.17.2559

เห่อ!! Holiday Set Lunasol Party Coffret 2016



สวัสดีค่ะ ช่วงใกล้ปีใหม่หลายแบรนด์ ที่จัดทำ Holiday Set ทั้ง สกินแคร์ เมคอัพ
บางแบรนด์ก็เป็น Limited Edition 

ที่กำลังจะพูดถึงคือเซ็ท Limited Edition ของ Lunasol 
ซึ่ง Lunasol เป็นแบรนด์ในเครือ Kanebo ค่ะ
ทุกปี Lunasol เค้าจะมีเซ็ทเครื่องสำอางออกมา ปีนี้ก็เช่นกัน 
ไปดูรีวิวใน Youtube จนอดใจไม่ไหวค่ะ



กล่องแบบนี้ สไตล์ Lunasol

ในเซ็ทประกอบไปด้วย กระเป๋ากับเซ็ทเครื่องสำอาง






LUNASOL PARTY EYES 2016
EX01 Gold Nuance Brown

อายแชโดว์ 4 สี (Limited-edition)  สีออกแนวแต่งได้ทุกวัน 
มีชิมเมอร์เล็กละเอียด กำลังดี
ปกติเราเป็นแฟน Eyeshadow ของ Lunasol อยู่แล้ว ซื้อรุ่นไหนก็ไม่เคยผิดหวัง



LUNASOL FACE & BLUSH COLOR
EX01 Ivory Pink

Face & Cheek Color (Limited-edition) 
ซ้ายสุดเป็นแป้ง ตรงกลางเป็นไฮไลท์ ขวาสุดเป็นบลัชออน
ถือเป็นพาเล็ตพกพาไปไหนมาไหนได้ค่ะ ครบครัน



LUNASOL LIPS COLOR BALM

EX01 Shiny Sheer Pink

ลิปบาล์มสีชมพูใส (Limited-edition) 
เป็นลิปบาล์มแบบมีชิมเมอร์ละเอียดๆ ทาแล้วให้ลุคใสๆ



LUNASOL SHINY PENCIL EYELINER

EX04 Soft Gold Brown

อายไลเนอร์แบบดินสอ (Limited-edition) 
ตัวนี้เนื้อไม่แมทนะคะ สีน้ำตาล มีความวาวแบบมุกละเอียด 
ทาก่อนลง Eyeshadow จะสวยมาก ได้ลุคหวานๆ ธรรมชาติ


สุดท้า

กระเป๋านุ๊ม นุ่ม ขนฟูๆ น่ารักมากๆ

ไม่ไก่กาอาราเร่นะคะ มันเลอค่า น่ารักมากๆๆๆ
ขนาดกำลังดี ใส่ไอโฟนได้เหลือๆ จุพอควรไม่เล็กไม่ให่ไปค่ะ เหมาะกับ Winter สุดๆ



จบแล้วค่ะ เรียกได้ว่าไม่ผิดหวังกับเซ็ทนี้ คุ่มค่า 
ตอบโจทย์การแต่งหน้าทุกๆวันขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ :)

2.14.2559

Review :: ไอเท็มเด็ดที่ชอบ แบรนด์อังกฤษที่ไม่ทดลองกับสัตว์ MARKS & SPENCER

สวัสดีค่ะ หายไปนานมากๆ มีสิ่งที่อยากรีวิวเยอะมาก เปิดศักราชใหม่ขอประเดิมบล็อกด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย MARKS & SPENCER แบรนด์สัญชาติอังกฤษ ที่อาจไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก ไม่ค่อยเห็นรีวิวภาษาไทย เลยอยากทำไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลค่ะ

จริงๆชอบของ MARKS & SPENCER หลายสิ่งมาก เสื้อผ้า (มีตั้งแต่ไซส์เล็กไปจนถึงไซส์ใหญ่เลยค่ะ) แต่ก็ราคาถือว่าสูงมาก เน้นซื้อตอน Sale ขนม ของกินต่างๆก็ชอบมากๆ ซื้อประจำ แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นพวกผลิตภัณฑ์ความงาม มาดูกันค่ะว่าทำไมถึงชอบ

มาประเดิมที่รูปภาพกันก่อน 



เรียงจากซ้ายไปขวา

MARKS & SPENCER Floral Collection Moisture Rich Foaming Bath Essence

สบู่เหลวอาบน้ำ กลิ่น Lavender จำราคาไม่ได้เป๊ะๆ แต่ไม่เกินห้ารอยบาทค่ะ คือปกติจะใช้สบู่เหลวเด็กน้อยทั่วๆไปค่ะ ตอนนี้ตัวนี้คือลูกรักมากๆ ปกติเฉยๆกับกลิ่นลาเวนเดอร์ ค่อนไปทางไม่ชอบด้วยซ้ำ
แต่ของ M&S นี่คือหอมแบบหอมผู้ดี ไม่ฉุน ใช้แล้วไม่เมากลิ่นทำให้แฮปปี้กับการอาบน้ำมาก แถมผิวไม่แห้งตึงด้วยค่ะที่สำคัญเลยราคาไม่แพงเกิน ปริมาณก็ได้เยอะ ใช้ได้นาน คุ้มราคาอยู่นะ

คะแนน 100/10 ไปเลยค่ะ

อันนี้เป็นข้อมูลด้านหลังนะคะ





MARKS & SPENCER Silky Talcum Powder
ราคา 275 บาท

แป้งทาตัวกลิ่น Rose หอมแบบไม่ฉุนอีกแล้ว ส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยทาแป้งที่ตัว นานๆทีจะหยิบมาใช้
แต่โดยรวมคือดีค่ะ แป้งละเอียด นุ่มๆ ดี
คะแนน 4/5







สุดท้าย MARK & SPENCERS Floral Collection Anti-Perspirant Roll-on

ราคา 210 บาท
โรลออนกลิ่น Lavender ใช้คู่กับสบู่อาบน้ำ ดีงาม คือปกติเป็นแฟนพันธุ์แท้โรลออนสารส้ม เพราะชอบที่มันไม่มีกลิ่น ถูกดีด้วย กลิ่นตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ หอมแบบไม่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง คิดว่าติดทนด้วยนะคะ ส่วนตัวเราใช้แล้วก็ไม่ได้ทำให้น้องจั๊กคล้ำแต่ประการใด ที่ชอบอีกอย่างคือไม่เหนอะแหนะค่ะ แล้วก็ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ
คะแนน 4.75/5 

ข้อมูลเพิ่มเติมดานหลังนะคะ




แต่จะบอกว่าที่ชอบที่สุดคือ แบรนด์ MARKS & SPENCER ไม่ทำการทดลองกับสัตว์ค่ะ เดี๋ยวนี้เราหาข้อมูล และหันมาใช้แบรนด์ที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์มากขึ้นค่ะ เรียกว่าดูแลตัวเอง แบบลดการเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลกเนอะ 

สิ่งอื่นๆที่ชอบก็คือการทำฉลากข้อมูลละเอียดดี ฉลากไทยมีวันเดินปีผลิตกับหมดอายุดีมากๆแล้วก็ระบุวันหมดอายุหลังเปิดใช้ด้วย สามตัวนี้หลังเปิดใช้มีอายุ 24 เดือน แพคเกจดีงามเลอค่าด้วยค่ะ ที่สำคัญคือราคาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ 

จบแล้วค่ะ ไว้วันหลังจะพยายามทำรีวิวไอเท็มที่เราชอบอื่นๆอีกนะคะ
อยากลองแฮนด์ครีมของแบรนด์นี้มาก


6.15.2557

☁เห่อ☁ เปิดถุง Shopping จากญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะ พอดีเราไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา กว่าจะได้ฤกษ์เห่อก็จนบัดนี้ 555เราไปเที่ยวแบบไปเองไม่ได้ไปกับทัวร์ เลยมีเวลาช็อปเยอะมากๆ

ขอเริ่มจากพวกขนมก่อนนะคะ




อย่างแรกเลย ขนม Shiroi Koibito (白い恋人)  เป็นขนมขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอยู่นะคะข้างนอกเป็นคุกกี้ประกบกัน มีช็อคโกแลตนมอยู่ตรงกลางข้างในตัวนี้เราว่าอร่อยมากๆเลย เสียดายซื้อมากล่องเดียว

5/5

☁   ☁   ☁  ☁  ☁  ☁ 

Tokyo Banana 

อันขึ้นชื่อ ก็คือบางรสไม่มีที่สนามบินนาริตะนะคะ ต้องซื้อในเมืองราคาที่นาริตะจะถูกกว่าข้างนอก แต่ข้างนอกจะแถมถุงสวยงามหลายถุง 555 ตัวที่ซื้อจากข้างนอกสามารถถือขึ้นเครื่องบินได้เช่นกันค่ะ


รส Banana Caramel Custard Cream ตัวนี้เราซื้อที่นาริตะ รสชาติจะหวานๆ ใครที่ชอบรสหวานน่าจะชอบ ส่วนเราเฉยๆ
2.5/5



รส Original รสกล้วยที่น่าจะขายดีที่สุด ซื้อที่นาริตะ รสชาติโอเคค่ะ เราได้ลองชิมแบบขายแยกเป็นชิ้น จาก JR Ueno อยู่แล้ว
4/5



รส Chocolate Banana Cream อันนี้ที่นาริตะไม่มีนะคะ เราซื้อจาก Tokyo Skytree เราชอบรสนี้ที่สุด ไม่หวานมาก ผลมช็อคโกแลตกับกล้วยกำลังดี
5/5



อันนี้เป็นแบบเหมือนคุกกี้กรอบๆ ประกบไส้อะไรซักอย่างตรงกลาง หอมกลิ่นกล้วย ตัวน้ีเราชอบมากกว่า พวกที่เป็นแป้งนุ่มๆข้างบนอีกค่ะ
5/5 

ช็อคโกแลตของ Royce



ซื้อที่นาริตะค่ะ เค้าจะมีน้ำแข็งแห้งให้เราซื้อด้วย กล่องสีน้ำตาลเราเฉยๆ ชอบกล่องสีน้ำเงินที่สุด ช็อคโกแล็ตเข้มข้น ไม่หวาน กล่องสีเขียว ชาเขียวเข้มข้นมากๆ จริงๆมีรสอื่นๆอีก แต่ซื้อมา 3 รส 


☂  ☂  ☂  ☂  ☂  ☂  ☂ 


ต่อมา เข้าสู่โหมดเครื่องหน้าซะที 555


มาต่อที่ Duty Free King Power 

1.รองพื้นที่ Chanel Perfection Lumere  อยากลองมานาน เราก็จัดการเปิดใช้ในทริปญี่ปุ่นครั้งนี้เลย 555 ตัวนี้ดีมากๆเลย เนื้อแมทคุมมัน แต่ไม่หนา เหงื่อออกแล้วสวย ปกปิดพอประมาณ
2. Eye&Lip Remover ของ L'OREAL ไม่ต้องพูดมาก ใช้มาจนเลิกนับขวดแล้วค่า
3. ลิปบำรุงของ Doir 


หมวดสกินแคร์และเครื่องสำอางที่ซื้อที่ญี่ปุ่น ถ้าจะซื้ออะไรควรหาข้อมูลดีๆ เพราะส่วนมากไม่ค่อยมีฉลากภาษาอังกฤษค่ะแล้วก็แต่ละร้านมันเยอะมากๆๆ ละลานตาจริงๆ เราดูตัวฮิตๆจากการจัดอันดับ Cosme ญี่ปุ่น กับกระทู้เปิดถุง Shopping เป็นข้อมูลไว้




1. โฟม Perfect Whip อันเลื่องชื่อ ตัวนี้โอเคนะคะ ตีฟองได้เยอะดี แต่ไม่ใช่ที่ 1 ในใจ
2. โฟมล้างหน้าสูตรเต้าหู ตัวนี้เราชอบมากๆ จัดมา 3 เลยค่ะ
3. เป็นมาร์สแบบลอกๆ คล้ายๆมาร์สดำ Kose ตัวนี้จริงๆแพคเกจมีพลาสติกแข็งๆหุ้มนะคะ แต่เราแกะมาลอง ถือว่าเริ่ดอยู่ค่ะ








  • หวีนี่เห็นเค้าว่าของญี่ปุ่นดีเลยจัดมา 3 แบบ ซื้อที่ Loft 
  • ปากกา แหนบไว้ถอนขนคิ้ว กรรไกรตัดเล็บ ซับมัน ของ Muji
  • พัฟ กับที่ล้างพัฟ Shiseido 
  • Vitamin C ของ DHC
  • ที่มัดผม ซื้อที่ Harajuku 







1. เป็นบำรุงผิวของ Hada Labo เนื้อเป็นแบบเจล เห็นว่าเข้าไทยแล้ว แต่เป็นผลิตที่จีน ยี่ห้อนี้ซื้อญี่ปุ่นจะเป็น Made in Japan ค่ะ
2. มาสคาร่าของ  Majorica Majorca ติดอันดับ 2 ของ Cosme อันล่าสุด จริงๆยี่ห้อราคาไม่ได้ต่างไทยมากมาย ยิ่งตอนนี้ญี่ปุ่นขึ้นภาษี ที่ไทยเวลาลดเผลอๆอาจถูกกว่าญี่ปุ่นหน่อยนิง แต่เราก็ซื้อมานะ 555
3. อายไลเนอร์ Love Darling ติดอันดับ 1 ของ Cosme แล้วเราลองใช้แล้วมันดีมากเลย
4. ลิปมัน DHC ซื้อจากดองกี้ Shibuya เห็นว่าลดราคาอยู่ เราสอยมา แล้วไปเจอที่ร้าน DHC ที่ Shibuya อีก ขายแบบ 3 อันต่อแพ็ค ถูกกว่าที่ซื้อแยกๆจากดองกี้อีก แต่แพ็คเกจจะไม่เหมือนกัน
5. สครับของ Muji
6. เป็น BB แบสเปรย์ของ Esprique แบรนด์เครือ Kose คือไม่ได้ฉีดที่หน้าโดยตรง แต่ฉีดลงฟองน้ำ เห็นเหมือนทัวร์จีนหยิบหลายคน เลยหยิบตามค่ะ รู้สึกจะเป็น Limited Edition ด้วย
7. เป็นครีมทาตา เหมือนช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาค่ะตัวนี้




 
ต่อมาเป็นพวกเครื่องสำอางที่เราซื้อที่ญี่ปุ่น แล้วก็ได้ลองแกะใช้ที่นั่น 555 จะขอรีวิวแบบคร่าวๆ สั้นๆ นะคะ
1. ลิปมัน DHC Lip Cream ชอบตั้งแต่สมัยมี DHC ที่ไทย แต่พอเลิกขาย มีโอกาสไปญี่ปุ่นเลยจัดซะหน่อย ตัวนี้ดีมากๆค่ะ แนะนำเลย ราคาไม่แพง
2. อายไลเนอร์ของ Love Darling ตัวนี้ดีมาก เขียนง่ายติดทน ไม่แพนด้า
3. กันแดด ALLIE สูตรเป็นเหมือนกึ่งครีมกึ่งเจล ตัวนี้ติดอันดับ Cosme เป็นตัวขายดีของยี่ห้อนี้ แต่ส่วนตัวชอบอีกรุ่นของยี่ห้อนี้ที่เป็นน้ำนมมากกว่า
4. เป็นมาสคาร่าของ Little Witch ตัวนี้ติดอันดับ Cosme เหมือนกันค่ะ เป็นมสคาร่าสีน้ำตาล ทำให้หน้าดูหวานขึ้น
4. มาร์สเต้าหู้ชื่อดังที่เค้าเปลี่ยนแพคเกจจากเดิมสีเหลือง แล้วก็เพิ่มปริมาณ ขึ้นราคาด้วย ใช้แล้วหน้านุ่มดีค่ะ




ต่อมากันแดดอาจจะเยอะหน่อยนะคะ เพราะเราชอบกันแดดของญี่ปุ่นที่เป็นน้ำนม ไม่ชอบกันแดดแบบดรีมๆ ใช้แล้วรู้สึกเหนอะๆ ไม่สบายหน้า
1. กันแดดของ ALLIE ในเครือ Kanebo ตัวนี้เราเคยใช้ที่ไทยก็มีขาย เราว่าดีมากๆเลยค่ะ ราคากลางๆ กันแดดดี คุณภาพเกินราคาเป็นเนื้อโลชั่น ไม่คุมมันแต่ไม่ทำให้หน้ามันขึ้น ไปญี่ปุ่นก็เลยจัดซะหน่อยค่ะ
2. กันแดด Impress IC ตัวนี้ซื้อที่นาริตะ ตัวนี้จะคุมมันดีที่สุด ใช้แล้วจะแมทๆหน่อย หน้าร้อนโอเคมากๆ แต่ใครหน้าแห้งน่าจะไม่เหมาะกับตัวนี้
3. กันแดด Ipsa ตัวนี้ดีมากๆๆ เป็นทาไปแล้วพอเซทตัวจะเป็นเหมือนแป้ง ไม่แมทและไม่มัน รู้สึกแต่งหน้าง่ายขึ้น ราคาที่ไทยแพงอยู่เหมือนกัน ตัวนี้ที่ญี่ปุ่นร้านขายยาไม่เห็นเลยนะคะ เราไปได้ที่ห้างที่ Shinjuku คิดว่าน่าจะขายตามห้าง อยู่บริเวณเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค่ะ ที่นาริตะเราไม่เจอเคาน์เตอร์ของ Ipsa เลย
4. ที่ดัดขนตาของ Shu Uemura ซื้อที่นาริตะจัดรายการอยู่พอดี ถูกกว่าซื้อเดี่ยวๆและซื้อจากไทยมากๆๆ



เก็บตกพวกเครื่องสำอาง ไม่ได้ซื้อเยอะเพราะตอนไปเกาหลีจัดมาเยอะ เลยซื้อที่จำเป็นจริงๆ แฮ่ๆ
1. Bifesta ที่ล้างเครื่องสำอางแบบทิชชูไว้พกพาเวลา
2.  เป็นบรอนเซอร์เหมือนขายดีมาก เห็นสาวญี่ปุ่นหยิบเยอะเลยหยิบตาม เพราะกำลังขาดบรอนเซอร์
3. Eyeshadow ของ Visee เห็นโมเมพาเพลินแนะนำ แล้วลองเทสต์คุณภาพดีอยู่เหมือนกัน แล้วสีนี้ยังไม่เคยมี เลยซื้อมาลอง
4. ที่เขียนคิ้ว Intregate เครื่องสำอางในเครือ Shiseido ตัวนี้เห็นคนพูดถึงเยอะอยู่เหมือนกันเลยเอามาลอง แต่ที่จริงชอบเขียนคิ้วแบบฝุ่นของ Kiss Me Heavy Rotation ค่ะ ชอบมากกว่าของ Kate ที่ดังๆอีก แต่ที่ญี่ปุ่นราคาพอๆกับไทย เลยซื้อตัวนี้มาลองแทน






ไปเดิน Muji สาขา Ginza ที่ใหญี่ที่สุดเลยซื้อพวกของกินมา ตัวเด็ดคือ White Chocolate ที่สอดไส้สตอเบอร์รี่แบบลูกๆ เปรี้ยวๆ หวานๆ ดีค่ะ










ขนมที่ซื้อมาจากร้านทั่วๆไป ที่แปลกๆก็คิทแคทรสลิ้นจี่กับลูกอม VICKS






แวะร้านที่คล้ายๆโอท็อปของ Hokkaido ที่ Ginza ใกล้ JR Yamanote เลย ชื่อร้าน Hokkaido Dosanko Plaza เราได้ช็อคโกแลตเมลอน หอมๆหวานๆมา แล้วก็ Royce Chocolate ตัวนี้ก็อร่อยดีค่ะ ที่นี้มี Royce แบบมันฝรั่งที่ฮิตๆด้วย แต่ไม่ได้ซื้อมา ร้านนี้แนะนำมากๆถ้าได้ไปแถวกินซ่า ของหลากหลายน่าซื้อทุกอย่าง แน่นอนมีนมฮ็อคไกโดชื่อดัง เราซื้อมาชิมแล้วลองชิมอร่อยมากๆๆ หอมๆมันๆ แนะนำเลยค่ะ









ร้านนี้เราแนะนำให้ลองกินไอติมเมลอน นมสด ที่เอาของขึ้นชื่อฮ็อคไกโดทั้ง2มาทำส่วนสาหร่ายซื้อจากร้านคล้ายๆโอท็อปของ Osaka ร้านนี้ทาโกะยากิกับซาลาเปาให้(ยืน)กินที่ร้านเลย อร่อยดีค่ะ















คิทแคทชาเขียว ส่วนตัวเราเฉยๆค่ะ มีคนฝากซื้อด้วย แล้วก็ Popcorn ราคาถูกมากๆ รสชาติเกินราคา ชีสเข้มข้นมากๆ




ส่วนตัวไม่ชอบอะไรแบบหวานๆ ฟรุ้งฟริ้ง กระเป๋าใส่เหรียญกับคาดผมมินนี่เมาส์  ซื้อมาจาก Disneyland 
ที่ติดตู้เย็นมารูโกะ ซื้อจาก Tokyo Skytree ส่วนตัวชอบการ์ตูนมารูโกะมากๆค่ะ 555



เก็บตกน้ำแร่ยอดฮิต คือไม่ได้เข้าวัตสันนานแล้วเพิ่งรู้ประเทศไทยก็เอามาขายแล้ว ญี่ปุ่นถูกกว่าหน่อยนึง เสียดายที่หอบมา หนักปล่าวๆ T^T 




ร้านต่างๆที่เราไปซื้อสกินแคร์ เครื่องสำอาง และเป็นที่ยอดฮิตอยู่เหมือนกัน มีดังนี้ค่ะ

- ร้าน Matsumoto มีที่หลายสาขามากๆ เราเจอที่ Ueno 2 สาขาเลยในตลาด Ameyoko, Ginza ใกล้ๆ JR Yamanote, Shibuya อยู่ติดถนนใกล้ๆ 5 แยกเลย

- ร้าน Don Quijote หรือดองกี้ มีหลายสาขาเหมือนกัน เราไปเจอที่ Shibuya เยื้องๆ H&M เราไปเจอคิทแคทลดราคาที่นี่ ร้านนี้ขายทั้ง เครื่องสำอาง ยา ของกิน เสื้อผ้า คอนแทคเลนส์ ของใช้ต่าง ฯลฯ เยอะและหลากหลายมากๆค่ะ เรียกว่าขายตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยังเรือรบ 555

- ร้าน Cosme ไม่แน่ใจมีกี่สาขา เราไปเจอที่ห้าง OIOI สาขา Ueno ค่ะ ร้านนี้จะมีสิ้นค้าบางอย่างที่ร้านอื่นไม่มี ขายตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงมาก มี Suqqu, Paul&Joe ขายที่นี่ด้วยค่ะ แน่นอนต้องมีเครื่องสำอางที่ติดอันดับ Cosme วางขายอยู่ด้วย เรียกได้ว่ามีแต่ของเด็ดๆร้านนี้ เราว่าเค้าแต่งร้านน่ารักดีค่ะ

- Loft เราเจอที่ Ginza ใกล้ ๆ JR Yamanote เลยค่ะ ของจะถูกจัดเป็นหมวดหมู่ให้เลือกซื้อง่าย ของที่นี่ที่เด็ดๆบางอันก็หาจากร้านอื่นไม่ได้  นอกจากสำอางก็ยังมีข้าวของเครื่องใช้เยอะเหมือนกันค่ะ

- Muji มีหลายสาขา ที่ไทยก็มีค่ะ เค้าทำเครื่องสำอาง สกินแคร์ ออกมาดีอยู่เหมือนกันนะคะ เราเจอที่ห้าง OIOI สาขา Ueno ส่วนที่ Ginza ติดกับ Loft เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย Muji ขายข้าวของเครื่องใช้อีกหลายประเภทอยู่เหมือนกันค่ะ เค้าจะเน้นเรียบๆ ซึ่งเราชอบอยู่หลายอย่าง เสียทรัพย์ให้สาขาที่ไทยบ่อยๆ

- ร้านขายยา ร้านขายเครื่องสำอางอื่นๆ ตามสถานีรถไฟ Ueno ก็มีหลายร้านเลยค่ะ แต่ของไม่เยอะมากเท่าร้านที่เราบอกไป ราคาสูงกว่าร้านที่ว่านิดๆ


 ❀  ❀  ❀  ❀  

ต่อมาเข้าหมวดเพลง พวก CD ที่ไทยไม่มีขาย ไปเจอที่ Shibuya ร้านอยู่ตรง 5 แยก Shibuya ตึกเดียวกับ Starbuck ชื่อดัง ที่คนชอบไปนั่งดูคนข้ามถนน 5 แยกนั่นแหละค่ะ อยู่ใกล้ Starbuck เลยค่ะ มีหลายชั้นด้วย เราไปหา CD แนวเพลงที่เราชอบที่ชั้นใต้ดิน ราคาสูง(มาก)อยู่เหมือนกันค่ะ




ขอเพิ่มข้อมูลเรื่องร้านแผ่นเสียง(Vinyl)นิดนึงค่ะ พอดีเราไปเจอร้านนึงเด็ดมาก มีแผ่นเสียงของศิลปินเก่าๆที่หายากทั้งเพลงสากล เพลงญี่ปุ่น เยอะเลย อย่างสากลที่เราชอบก็  The Doors, Pink Folyd, The Beatles ฯลฯ พวก Soundtrack หนังเก่าๆอย่าง Breakfast with Tiffany, The Graduate ฯลฯ ก็มี เราแผ่นเสียงได้ของ David Bowie มาจากร้านนี้เลยค่ะ แต่ดันไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู

เราถ่ายรูปร้านมาให้ดู ตามภาพข้างล่างเลยค่ะ



อันนี้เป็นป้ายชื่อร้าน



พิกัดร้าน : อยู่ในตลาด Ameyoko ตรงข้ามสถานี Ueno จะเห็นร้าน Uniqlo ร้านจะอยู่ซอยซ้ายมือของร้าน Uniqlo เดินเข้าซอยไปเรื่อยๆร้านจะอยู่ขวามือค่ะ 


 ❀  ❀  ❀  ❀  


เราว่าไปญี่ปุ่นไปเองไม่ง้อทัวร์ ไม่ยากเลยค่ะ ถ้าศึกษาข้อมูลไปดีๆ วางแผนการเดินทาง การกิน ช่วยให้ไม่เสียเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ แอบภูมิใจที่ไม่หลงเลยค่ะ แฮ่ >_<

จบแล้วค่ะ ขอโทษที่ยาวมากๆ แต่อยากให้เป็นประโยช์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลไปเที่ยวค่ะ