3.05.2560

Review :: รองพื้นฉ่ำวาวที่รอดกับอากาศเมืองไทย BURBERRY Bright Glow Foundation

ความจริง BURBERRY เค้ามีรองพื้นอีก 2 รุ่น คือ Fresh Glow   ซึ่งจะดิวอี้  ฉ่ำวาวสุดๆ เนื้อบางเบา เราว่าน่าจะเหมาะกับผิวแห้ง ส่วนอีกรุ่นคือ Cashmere Soft Matte ที่เป็นรองพื้นเนื้อแมต เหมาะกับคนผิวมัน เน้นปกปิด แต่สุดท้ายที่เราเลือกซื้อคือรุ่นนี้ BURBERRY Bright Glow Foundation เพราะส่วนตัวคิดว่ามันอยู่กึ่งกลางระหว่าง Fresh glow กับ Cashmere ไม่แมตหรือดิวอี้เกินไป แถมทางแบรนด์เคลมว่ามีส่วนผสมของสกินแคร์ เป็นรองพื้นที่เหมือนบำรุงผิวได้ในตัว



ราคา 2,100 บาท ปริมาณ 30 ml
Made in France

สภาพผิวเรา   ทีโซนมัน ข้างแก้มแห้ง

  • แพ็คเกจดีมากๆ หรูหรา เป็นเอกลักษณ์ทางแบรนด์ ถ้าใครเคยใช้เบสหรือรองพื้นอยู่แล้วคงคุ้นดี คือมีฝาปั๊มที่หมุนล็อคได้ และมีฝาอีกอันปิดครอบ รองพื้นเป็นขวดแก้ว หนักเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ ไม่เหมาะกับการพกพาไปไหน
  • เราใช้เบอร์ 20 Ochre ซึ่งออก โทน Natural สีเนื้อ (ไม่ชมพูหรือเหลืองไป) สำหรับ NC 20 รองพื้นจะออกแทนๆกว่าผิวแค่นิดเดียว พอทาแป้งจะพอดีเลย แบบที่เราชอบ ถ้าใครชอบผ่องๆหรือกลัวดร็อปก็เลือกโทนสว่างกว่านี้ นั่นคือเบอร์ 12 ส่วนเบอร์ 26 จะออกเหลืองสุด เข้มกว่า 20 หน่อยค่ะ ต้องเลือกสีดีๆ เพราะเราว่าเค้าทำโทนสีโดดไปมามาก รองพื้นมี SPF 30  
  • เนื้อออกลิขวิดเหลวๆหน่อย เกลี่ยง่ายมากๆ ปกปิด Light-Medium Coverage


ผลลัพธ์บนผิว

เมื่อรองพื้นเซ็ทตัว ตอนแรกเนื้อรองพื้นจะออกแมตๆหน่อยนึง แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งเลย ชอบเอฟเฟกต์ที่รองพื้นให้มาก ผิวดูไม่แบน รองพื้นกระจายแสงดี ทำให้ผิวดูมีมิติ กระจ่างใสและโกลวสมชื่อ ได้งานผิวธรรมชาติมากๆ ผิวดูดีแบบ juicy Skin ที่มีความฉ่ำและอิ่มนวล ด้วยเนื้อที่มีความแมต ทำให้ระหว่างวันไม่มันเยิ้ม ไม่เป็นคราบ ไม่ตกร่องรูขุมขน ติดทนทั้งวันเลย เหมาะกับ Everyday look และรอดกับสภาพอากาศในเมืองไทย คิดว่าต้องถูกใจคนผิวมันหรือผิวผสม ส่วนตัวเวลาเราใช้รองพื้นตัวนี้จะใช้แป้งเซ็ทแค่ทีโซนเท่านั้น ช่วงอากาศหนาว ไม่ต้องใช้แป้งเซ็ททั้งหน้ายังได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เบสหรือไพรม์เมอร์เลยนะสำหรับเรา แต่จะใช้เบสของเค้าผสมด้วยก็ได้ ถ้าอยากให้ความโกลว ฉ่ำเพิ่มขึ้น 


ข้อเสีย คือ รองพื้นมีการดรอป (Oxidized) เล็กน้อย แต่ไม่มากถึงขึ้นหมอง เวลาซื้อควรเลือกซื้อให้สว่างกว่าผิวซักสเต็ปนึงค่ะ และรองพื้นสีมีให้เลือกน้อย และโดดไปมา ต้องเลือกดีๆ เพราะรองพื้นฝรั่งจะมีโทนชมพู โทนพีช โทนเหลือง

คะแนน 
  • เนื้อเกลี่ยง่าย สบายผิว : 5/5
  • ความธรรมชาติ : 5/5
  • ปกปิด : 3/5
  • ฟินิชลุคบนผิว : 5/5
  • ติดทน : 4.5/5
  • การควบคุมความมัน : 4/5
  • ความพอใจ ความชอบส่วนตัว : 4.5/5

แนะนำมากๆ สำหรับคนที่ชอบผิวโกลว ฉ่ำ รองพื้นบางเบา มีความธรรมชาติ ต้องการความโกลว แต่ไม่มันเยิ้ม อยู่ทนทั้งวัน แนะนำเลยค่ะ ไบรท์และโกลวสมชื่อเลย ที่สำคัญสบายผิวมาก ไม่รู้สึกว่ามีรองพื้นพื้นบนผิวด้วยซ้ำ



"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ "


3.03.2560

"Disappointing Products" ใช้แล้วผิดหวัง รู้อย่างงี้ไม่ซื้อดีกว่า Revlon, Missha, La Roche-Posay

สวัสดีค่ะ พอดีเราเห็นบรรดายูทูปเบอร์ทั้งต่างประเทศ และในไทย ต่างทำหัวข้อ ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาแล้วเสียดายเงิน ไม่ชอบ รู้งี้ไม่ซื้อดีกว่า เราเองก็อยากมา review ว่ามีอะไรที่ซื้อมาแล้วเกิดประสบการณ์รู้อย่างงี้ไม่ซื้อดีกว่า ใช้แล้วผิดหวังมาก

มาสคาร่า เลฟรอน "Revlon Ultimate All in One Mascara"



เนื้อมาสคาร่ามันไม่ใช่สำหรับเรา เนื้อมันเหนอะๆ แน่นๆ ใช้แล้วไม่เกิดผลใดๆกับเราเลย ทั้งในแง่ความหนา ความงอน หรือความยาว  ดัดขนตาแล้วปัดก็แล้ว ปัดเดี่ยวๆก็แล้ว ด้วยความที่เนื้อมันแน่นๆข้นๆ ทำให้ขนตาเราตกทิ่มลงไปอีก ปัดแล้วรู้สึกไม่สบายตาด้วย เหมือนมีอะไรหนักๆเกาะตา ตัวนี้พอระหว่างวัน หรือเวลาโดนน้ำ หลุดออกเป็นผงๆ ร่วงเข้าตา แสบตามาก คิดว่าเหมาะกันคนขนตายาวๆอยู่แล้ว แบบฝรั่ง ที่ปัดไปไม่ต้องดัด ปัดยังไงก็สวย อะไรแบบนี้ กลับไปซบอกมาสคาร่าญี่ปุ่นเหมือนเดิมค่า


คุชชั่น มิชช่า สูตรแมต " Missha x Line Friends M Magic Cushion SPF50+/PA+++ "




ใช้แล้วขาววอก ลอย เป็นจูออนค่า  เรา NC 20-25 คุชชั่นตัวนี้แทบไม่มีความเหลือง มันขาวแบบเอาสีขาวทาหน้าเลยค่ะ ที่ยิ่งกว่านั้น ทาแล้วมันหนุบหนับ ไม่สบายผิวเอาซะเลย ถ้าจะให้เปรียบคือเหมือนเอาลิปบาล์มทาหน้า ผมติดหน้า หน้ากลายเป็นเครื่องดูดฝุ่นมาติดย่อมๆเลย แต่คุชชั่นเนื้อแมต(แบบหนึบๆ) เลยกลายเป็นว่าระหว่างวันจะทำให้ผิวแห้ง ไม่ได้มีความโกลว ดิวอี้แบบเกาหลีเบาๆก็ไม่มี แทบแมตสนิท มันปกปิดมากๆจนดูเคกกี้ หนาเตอะ เหมือนไปเน้นรูขุมขน รอยอารยธรรมบนใบหน้า แถมตกร่องอีกนะ ด้วยเทกเจอร์แบบที่ว่า จึงไม่เหมาะกับปัดแป้ง ระหว่างวันเป็นคราบด้วยค่ะ พูดง่ายๆคือทาแล้วเหมือนมันกองอยู่บนผิว ไม่ได้ทำให้ผิวดูสวยขึ้นแต่อย่างใด ฝืนใช้สามที พอเลยค่ะ ใช้เหมือนทำให้ผิวขี้เหร่ลง


"Dior Lip Glow"




เป็นลิปบาล์มที่ใครๆก็พูดถึงในแง่ดี คุณสมบัติพิเศษคือเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ หลังจากเราได้ลองใช้มันดีนะคะ สีสวย ใช้ความชุ่มชื้นดี ไม่เหนียวเหนอะ เปลี่ยนสีจริง แต่ที่เราผิดหวังคือ ราคาเท่านี้จ่ายให้ลิปบาล์มเปลี่ยนสี มันไม่ใช่สำหรับเรา คือนึกภาพพวกลิปมันเปลี่ยนสีของบ้านเรายุค '90 ออกมั้ยคะ ดิออร์ไม่ทำให้เราว้าว ปลาบปลื้มอ่าค่ะ แต่ด้วยที่มันเป็นดิออร์ เนื้ออะไรมันก็ดีกว่า แต่ราคานี้เราสามารถซื้อลิปบำรุงดีๆได้หลายแท่งมาก แล้วยิ่งถ้าเป็นคนมีลิปสติกเยอะ ซื้อตัวนี้ไม่คุ้มเลย จะเอาไปทาบำรุงก่อนทาลิปสติกก็ไม่ได้เดี๋ยวสีเพี้ยน ทาก่อนนอนก็ผิดจุด

คิดว่าเหมาะกับคนที่แต่งหน้าไม่มาก มีเครื่องสำอางน้อยชิ้น ชอบแต่งลุคใสๆ ธรรมชาติ ซื้อมาแล้วมีโอกาสทาบ่อย แฮปปี้กับสีที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิอะไรแบบนี้


กันแดด ลาโรช " La Roche-Posay ANTHELIOS ULTRA-LIGHT FLUID SPF50+/PPD42/PA++++ "






ในแง่กันแดด ประสิทธิภาพให้เต็มร้อย กันแดดดีมาก แต่เนื้อสัมผัสมันย่องมากๆ ทาแล้วทำให้หน้ามันอย่างรุนแรง ไม่ได้ Ultra Light แบบคำเคลมทางแบรนด์ว่า มันแบบไม่ซึม ทาแล้วมันยังไง ก็มันแบบนั้นไม่ทั้งวันค่ะ แถมทาแล้วซับๆที่มันออก ระหว่างวันก็ทำให้หน้ามันอีก ไม่เหมาะกับไปแต่งหน้าต่อ ทำให้เครื่องสำอาง เกิดคราบ ทาแป้งไม่ติดผิว ด้วยความที่ไม่ใส่น้ำหอม กลิ่นครีมกันแดดรุนแรงเอาเรื่อง ใช้แรกๆยังไม่ชิน กลิ่นเหมือนครีมบูด ทาไม่ดีเกิดคราบขาวเป็นหย่อมๆ กันแดดลอกเป็นขุยๆออกมาบ้าง แครี่กันแดดตัวนี้ไม่ไหวจริงๆ ทาแล้วหน้ามันมาก ทำให้แต่งหน้าไม่ได้อ่ะค่ะ ทาเฉยๆ ไม่แต่งหน้า เหมือนกันแดดมันไม่มีความซึมใดๆ  ข้อเสียอีกข้อคือราคาแพงกว่าฝรั่งเศสมาก ไปสืบราคายูโรมาคิดเป็นไทยขวดละ 500-600 บาท  ราคาในวัตสัน บู๊ทส์ บ้านเรา 1,330 บาท แพงเกินไปมาก แต่ยอมรับประสิทธิภาพกันแดดดีจริงๆ ไม่แสบ ไม่คล้ำ เวลาตากแดด




"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ"

1.25.2560

Review : รีวิวรองพื้นสุดฮิต ดีจริงรึเปล่า? DIOR DIORSKIN STAR FOUNDATION




 DIORSKIN STAR

STUDIO MAKEUP - SPECTACULAR BRIGHTENING 

WEIGHTLESS PERFECTION - LONG WEAR - BROAD SPECTRUM SPF 30


ปริมาณ 30 ml, ราคา 2,400 บาท


ก่อนอื่นเราขอพูดแบบจริงจังเรื่องราคาเป็นสิ่งแรก เพราะส่วนตัวไม่สนับสนุนการถือโอกาสขึ้นราคาทีละมากๆของทุกแบรนด์ และการตั้งราคาแพงแบบเกินไปมากๆ ราคารองพื้น Dior ถือว่าโหดมาก มาSephora อเมริกา ราคา $50.00 (ประมาณ 1,700-1,800 บาท) ญี่ปุ่นประเทศที่ค่าครองชีพแพงกว่าบ้านเราแบบโหดมาก ราคา 6,480 เยน (ประมาณ 1,900-2,100 บาท ) ราคาไม่หนีอเมริกาและขายถูกกว่าบ้านเราอีก ราคาเคาน์เตอร์ไทย 2,400 บาท เมื่อปีก่อนๆราคา 2,000 บาท มีการปรับราคาขึ้นเยอะมาก รองพื้นหลายแบรนด์ราคาที่ประเทศเค้าพอๆกับ Dior หรือแพงกว่ากลับตั้งราคาได้ถูกกว่า Dior ซึ่งบางแบรนด์ราคาตั้งราคาดีมาก คือไม่ใช่ถูกนะคะ แต่ถือว่าเป็นเกณฑ์ที่รับได้ ทำให้อยากพุ่งตัวไปซื้อเคาน์เตอร์เลยจริงๆ ซึ่งเพื่อนๆอาจสามารถหารองพื้นที่ราคาไม่แพงเท่า Dior แล้วให้ลุคประมาณนี้ได้ แถมอาจชอบกว่ารองพื้น Dior ก็ได้ค่ะ




สภาพผิวเรา : ผิวผสม ทีโซนมัน ข้างแก้มแห้ง




ขวดแก้วหรูหรา น้ำหนักปานกลาง แต่ด้วยความที่เป็นขวดแก้วอาจไม่เหมาะจะพกพา ข้างในเป็นฝาปั๊ม




เนื้อสัมผัส

ปั๊มออกมาเนื้อรองพื้นเป็นแบบครีมที่มีความจับตัวกันเป็นก้อนแน่นๆ ที่มีความข้นหนืดของเนื้อรองพื้น ไม่ได้เป็นเนื้อเหลวๆ ต้องใช้ความว่องไวในการทาเพราะรองพื้นเซ็ทตัวเร็วมาก ไม่เหมาะกับการใช้แปรง หรือใช้มือปาดๆ เพราะจะดูหนาไป เนื้อมีความข้นทาแล้วลากไม่ไป ผลออกมาจะไม่สม่ำเสมอ ถ้าใช้มือต้อง กดๆ ตบๆ สรุปคือเหมาะกับการใช้ฟองน้ำที่สุดค่ะ  เนื้อรองพื้นลักษณะนี้ ต้องเตรียมผิวดีๆค่ะ ถ้าใครบำรุงผิวไม่ดี หรือผิวขาดน้ำ ตอนลงรองพื้น อาจไม่สมูท แต่งหน้าไม่ติดค่ะ  




ผลลัพธ์บนผิว
เมื่อแรกทา

พอเจอเนื้อสัมผัสตอนแรกก็แอบเฟล กลัวจะเป็นรองพื้นที่หนาๆหนักๆ เพราะปกติเราจะชอบแบบลิขวิด ที่เกลี่ยง่าย ซึ่งตอนแรก ถ้าใช้มือกับแปรงจะดูหนาๆ เหมือนรองพื้นกองกันบนผิว ใช้กับฟองน้ำดีที่สุดจริงๆ พอใช้ฟองน้ำลงรองพื้นจะถูกเบลนด์จนกลืนไปกับผิว  เนื้อรองพื้นเซ็ทตัวแบบ Demi-Matt  รองพื้นให้การปกปิดระดับปานกลาง พรางรูขุมขนได้ดี หน้าดูเนียนละเอียด รองพื้นกระจายแสงดี มีเอฟเฟกต์ความโกลวแบบพอดีๆ ทำให้ผิวดูมีมิติ เมื่อรองพื้นเซ็ทตัวจะรู้สึกเนียนกว่าเดิม ยิ่งใช้แป้งฝุ่น มาเซ็ทจะยิ่งดูเนียน ทาแล้วมีความกริบเนี๊ยบแบบดูรู้ว่าทารองพื้น แต่ไม่หนาจนถึงขั้นเคกกี้ ไม่มีการตกร่องรูขุมขน ไม่มีการไปเน้นหรือตกร่องริ้วรอยต่างๆ ตรงนี้ถือว่าดีมาก

ระหว่างวัน

รู้สึกชอบผิวตอนนี้มากกว่าตอนทาใหม่ๆเพราะเมื่อมีน้ำมันจากผิวมาผสมรวมกับรองพื้น รองพื้นเหมือนหลอมละลายกลืนไปกับผิวมากขึ้น เนื้อรองพื้นจาก Demi-Matte กลายเป็นแบบเนื้อ Satin ให้ลุคธรรม-ชาติมากขึ้น ผิวดูสวยกว่าตอนทาใหม่ๆอีกค่ะ มีการเพิ่มขึ้นของเอฟเฟกต์ผิวโกลว แต่ไม่ได้ทำให้ผิวดูมันหน้าเปียกแบบสาวเกาหลี รู้สึกชอบผิวตัวเองระหว่างวัน มากกว่าตอนทาแรกๆ รองพื้นตัวนี้ไม่คุมมัน ทีโซนเรามันขึ้นปกติ ต้องซับมันพอสมควร แต่รองพื้นไม่ได้ดูเละเทะบนหน้า ส่วนข้างแก้มที่ผิวแห้งมีความเฟรชตอนเหมือนทาใหม่ๆและระหว่างวันไม่มีการตกร่องรูขุมขนหรือ Fine line ถือเป็นรองพื้นที่ทำให้ผิวสวยตั้งแต่เริ่มแต่งหน้าไปจนล้างออก แต่ก็มีการไหลหลุดของรองพื้น



เรื่องความติดทน, การดรอป, และการเกิดคราบล่ะ?

ความติดทนที่ว่านี้ วัดจากผิวเราซึ่งเป็นผิวผสม และไม่ได้ใช้ไพรเมอร์นะคะ ถ้าทำงานห้องแอร์ คิดว่าติดทนประมาณ 8-9 ชั่วโมง แต่ถ้ามีการออกไปข้างนอก แดดร้อน อากาศร้อนๆ เหงื่อออก ติดทนประมาณ 6 -7 ชั่วโมง แล้วจะมีรองพื้นหลุดตรงบริเวณทีโซน ที่เป็นจุดที่ผิวมันของเรา โดยเฉพาะจมูกที่หลุดออกไปเกือบหมด ถ้ามีไพรเมอร์ก็น่าจะทำให้รองพื้นติดทนนานกว่านี้ ข้อดีของรองพื้นคือไม่เป็นคราบและตกร่องเลยระหว่างวัน ขนาดใส่แว่นกันแดด แค่เอานิ้วกดๆตบๆตรงบริเวณข้างจมูกที่ใส่แว่น ก็กลับมาเนียนกลืนกับผิวเหมือนเดิม เคยโดนน้ำ จากการกระหน่ำฉีดสเปรย์น้ำแร่ ก็ไม่ไหลเป็นคราบน้ำ แต่ก็มีหลุดๆไปเวลาซับหน้า มีการดรอป Oxidized ระหว่างวันบ้าง ถ้าช่วงไหนพักผ่อนน้อย ผิวเครียดแต่น้อยมากๆ ที่เราเจอวันที่ทาแล้วดรอป



คะแนน 
  • เนื้อเกลี่ยง่าย สบายผิว : 3/5
  • ปกปิด : 4.5/5
  • ความธรรมชาติ : 3/5
  • ฟินิชลุคบนผิว : 4.5/5
  • ติดทน : 4/5
  • ควบคุมความมัน : 2/5
  • ความพอใจ ความชอบส่วนตัว : 3/5


"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ ถ้ามีโอกาส ควรลองก่อนซื้อค่ะ"


1.24.2560

รีวิว L'OREAL Brow Artist Chisel Straight

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวมาสคาร่าคิ้วตัวโปรด ปกติเราจะใช้ของญี่ปุ่น แต่ปัญหาคือมาสคาร่าคิ้วญี่ปุ่น มันจะชอบเป็นปื้นๆ ติดผิวที่คิ้ว เนื้อส่วนมากจะแน่นเหนอะๆ ทำให้ดูไม่ทำธรรมชาติ นึกออกมั้ยคะ ต้องซับเนื้อมาสคาร่ากับทิชชู่ออกก่อนใช้ ต้องปัดแบบปราณีต หลังๆเลยตัดปัญหา เลิกใช้ไปเลย

ซึ่งความจริงเราไปตามหามาสคาร่าคิ้วอีกรุ่นของลอรีอัล ที่ชื่อรุ่น Brow Stylist Plumper ซึ่งป๊อบปูล่ามาก ที่ต่างประเทศ ไปอ่านรีวิว ดู Vlogger ในยูทูป จนอยากลอง แต่ดันไม่เข้าบ้านเรา เลยได้รุ่นนี้มาแทน เห็นลดราคาพอดีด้วยตอนซื้อ เลยซื้อมาแบบไม่ได้คาดหวังมาก


ตอนแรกๆ ยังเก้ๆกังๆ กับขนแปรงที่แปลกมาก จากทั่วๆไป แต่พอใช้เป็นแล้ว จะบอกว่าชอบมากๆๆ ขาดไม่ได้ไปแล้ว ใช้ง่าย สะดวก ปัดแล้วไม่เลอะเทอะ ปัดเร็วๆยังสวย ปริมาณเนื้อมาสคาร่าออกมากำลังดี  เราว่าใครขนคิ้วหนาๆ ไม่ต้องเขียนคิ้ว เอาตัวนี้ปัดๆ+วาดคิ้วเบาๆได้เลย มาสคาร่าเซ็ทตัวเป็นแบบฝุ่น 




ด้วยความที่แปรงเป็นแบบนี้เลยใช้สะดวกสุดๆ เขียนคิ้วแล้วเอาตัวนี้ปัดๆ เอาด้านข้างทิปตรงปลายแปรงเขียนหางคิ้ว แล้วเอาแปรงปัดขึ้น อีกทีตรงหางคิ้วที่วาด (คือเท่าที่สังเกตฝรั่ง เค้าเอาปลายแปรงมาสคาร่า แตะวาดหางคิ้วด้วย)ผลลัพธ์ สุดยอดดดด! ธรรมชาติ กำลังดี ไม่หลอก ไม่เละเทะ

ข้อเสียคือมีให้เลือกน้อยมาก 2 สี เท่านั้น ใครที่ย้อมผมอาจจะไม่มีสีที่เหมาะ แต่เราไม่ได้ย้อม เลยใช้สีเข้มสุดได้พอดี แต่สีเข้มสุดยังออก Cool tone ไปนิด 


คะแนน 3.75/5


"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ ถ้ามีโอกาส ควรลองก่อนซื้อค่ะ"


ป.ล. ผลิตภัณฑ์มีอายุหลังเปิดใช้ 6 เดือน ตามฉลาก
แล้วก็ Made in Korea ค่ะ :)

Review : แป้งผสมรองพื้น Shiseido Maquillage Dramatic Powdery UV (foundation) SPF25 PA++ 9.2g.


สวัสดีค่ะ ปกติเราจะชอบใช้รองพื้น + แป้งฝุ่น เพราะมันดูแนบสนิทกับผิวมากกว่าแป้งผสมรองพื้น แต่แป้งผสมรองพื้นก็ต้องมีติดตัวไว้สำหรับวันรีบๆ หรือเดินทางไปไหน  เลยอยากหยิบแป้งผสมรองพื้น Shiseido Maquillage Dramatic Powdery UV (foundation) SPF25 PA++ หนึ่งในแป้งที่มีในกรุมารีวิวค่ะ

ตัวนี้เราซื้อมาจากญี่ปุ่น ด้วยเหตุผล หลักๆ คือ ติดอันดับ Cosme ปี 2015 และ 2016 ได้อันดับ 1 สองปีซ้อนเลย แถมแบรนด์เคลมว่าเป็นรองพื้นเนื้อมูสมาอัดแข็ง ดึงดูดเงินในกระเป๋ามาก เลยซื้อมาทั้งรีฟิล ทั้งตลับ ซึ่งจะขายแยกเป็นปกติของแบรนด์ญี่ปุ่น 




แพคเก็จ + พัฟ 

แข็งแรงดีมาก เคสสีทองวาวๆไม่ก๊องแก๊ง รีฟิลแป้งก็ไม่ต้องใช้กาว ไม่เลอะเทอะดีค่ะ ชอบที่เค้าแถมพัฟมาให้ 2 อัน พัฟดีมากๆ เหมือนพัฟเป็นแอร์พัพที่เนื้อละเอียดกว่าแบรนด์ทั่วๆไป ดีกว่าพวกไฮเอนด์ CHANEL, DIOR อีกค่ะ พัฟจะไม่กินแป้ง แป้งที่ปาดจะติดแค่ด้านนอกของพัฟ ทำให้ซักแล้วแป้งที่ติดพัฟหลุดออกมาหมดเลย ซักแล้วขาวเหมือนใหม่ แถมแห้งไวกว่าพัฟปกติ

เนื้อแป้ง 

มีความนุ่มแบบนุ่มมาก ไม่ใช่แป้งแห้งๆ แข็งๆ เพราะเป็นรองพื้นเนื้อมูสอัดแข็ง เอาพัฟแตะแป้ง จะได้ปริมาณแป้งออกมาเยอะกว่าแป้งผสมรองพื้นทั่วไป เพราะความนุ่มของมัน เราใช้เบอร์ OC 30 ออกโทนเหลืองมากแบบโทนผิวเรา  เรา NC 20-25 BA สาวนิปปอนเลือกสีคล้ำกว่าเราประมาณสเต็ปนึง 





ทาด้วยพัฟ แป้งจะติดพัฟมาเยอะกว่าแป้งผสมรองพื้นทั่วไป เพราะความนุ่มของเนื้อแป้ง แถมพัฟเป็นแอร์พัฟที่ไม่กินแป้งอีก วิธีทาให้สวยคือเอาพัฟแตะเนื้อแป้งเบามือ ต้องเบามือกว่าเวลาเราทาแป้งผสมรองพื้นที่เคยทานะคะ ไม่งั้นหนาเตอะ แล้วทาแบบปาดๆเกลี่ยๆลงบนผิว ถ้าต้องการปกปิดเพิ่มก็ค่อยๆทาแป้งเพิ่มตามระดับความปกปิดที่ต้องการ  ปกติทาแป้งผสมรองพื้นเราจะชอบใช้แปรงทา แต่พัฟของแป้งตัวนี้ดีมากๆ นุ่มๆ ไม่ระคายเคืองผิวเลย ทาแป้งแล้วเนียนมาก

ทาด้วยแปรง เราใช้แปรงตัวนี้ของ Real Teqnique รุ่น Buffing Brush เราชอบมาก เหมาะกับการทาแป้งผสมรองพื้น เพราะรวดเร็ว ให้ลุคธรรมชาติ ปกปิดกลางๆ ไม่มีสกิลการแต่งหน้าอะไร ใช้แปรงนี้ก็ทาแล้วสวยค่ะ จริงๆเพื่อนๆคนไหนมีแปรงลักษณะนี้เอามาใช้ก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นของ RT เท่านั้น





ผลลัพธ์ผลผิว

ทั้งการทาด้วยพัฟและแปรง แป้งผสมรองพื้นตัวนี้ให้ความเนียน, ละเอียด เบลอรูขุมขน ทาแล้วรูขุมขนดูเล็กลง ดีเกินมาตรฐานแป้งญี่ปุ่น  ที่น่าแปลกใจคือเป็นแป้งเนื้อแมต และปกปิดดี สวนเทรนด์งานผิวของสาวญี่ปุ่นในปัจจุบันที่เน้นดิวอี้สุดๆ ไม่ตกร่องรูขุมขน ไม่เป็นคราบ ทาไปตอนแรกเนื้อจะแมตหน่อย ถึงแมตแต่ทาแล้วดูไม่แบน เพราะแป้งกระจายแสงดี เล่นแสงมากตามแบบฉบับญี่ปุ่น จะให้เอฟเฟกต์ผิวดูนวลๆ โกลวๆ กำลังดี คิดว่าแป้งตัวนี้เป็นสายปกปิดมากกว่าจะธรรมชาติ ปกปิดประมาณ Medium Coverage ถ้า Built ไปจนถึงขึ้น Full coverage จะดูหนาเตอะ แล้วก็จะเคกกี้ไป ระหว่างวันเมื่อเหงื่อออกหรือเมื่อแป้งไปผสมกับน้ำมันในผิว หน้าจะโกลวขึ้น ผิวดูดีกว่าทาตอนแรกอีก แต่ไม่ได้ดูหน้ามันแบบฉ่ำขั้นสุดแบบสาวเกาหลี 


ความติดทนและการควบคุมความมัน

คุมมันดีมากๆ ปกติทีโซนจะมันๆต้องซับมันบ้าง แต่อันนี้ไม่ต้องซับมันเลย ตรงทีโซนเฟรชมาก แทบจะเหมือนตอนเพิ่งทา ติดทนดีมาก แต่ถ้าวันไหนต้องออกแดด เหงื่อไหล แป้งก็อาจมีหลุดนิดๆไปบ้างตรงทีโซน แต่หลุดออกไปน้อยมาก ทาไปดูคอนเสิร์ตเหงื่อไหล แต่หน้าไม่มันแบบกระทะทอดไข่ มีเงานิดๆตรงจมูก  แป้งไม่เป็นคราบเลย ขนาดลองฉีดสเปรย์น้ำแร่คราบยังไม่มาเยือนเลย รวมถึงไม่ตกร่องรูขุมขน  สีไม่ดร็อปด้วย คิดว่าเหมาะกับคนผิวผสมและผิวมัน ผิวแห้งอาจต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์ดีๆหรือไพรม์เมอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นก่อนทาค่ะ ไม่งั้นถ้าที่ผิวแห้ง ทาแป้งเนื้อแมตลงไป จะไปเน้นพวก Fine Line อะไรพวกนี้ได้ และความแห้งของผิวจะทำให้ดูเคกกี้ ดูไม่ธรรมชาติ สำหรับเราผิวผสม ทีโซนมัน แก้มแห้ง ชอบนะคะ เหมาะกับอากาศร้อนๆบ้านเราค่ะ รอดแน่นอน เหมาะกับวันที่ต้องการการปกปิด ต้องการความเนียน คุมมัน และติดทนทาน


สิ่งที่ไม่ชอบ

ไม่ชอบฟีลตอนทาใหม่ๆ มันดูแป้งๆบนผิวไป ทำให้ดูไม่ธรรมชาติ แต่พอเวลาผ่านไป แป้งเซ็ทตัวผสมกับน้ำมันในผิว ดูดีมากๆ และด้วยความที่ปกปิดดี มันก็ดูรู้ค่ะว่าทาแป้ง ดูรู้แต่งหน้า แต่มันก็ให้เอฟเฟกต์ผิวดี ผิวสวย แบบคงทน ที่ไม่ถึงขั้นใส่หลอก เหมือนใส่หน้ากาก


คะแนน 
  • เนื้อเกลี่ยง่าย สบายผิว : 3/5
  • ปกปิด : 5/5
  • ความธรรมชาติ : 2/5
  • ฟินิชลุคบนผิว : 4/5
  • ติดทน : 4.5/5
  • ควบคุมความมัน : 4.5/5
  • ความพอใจ ความชอบส่วนตัว : 5/5

ซื้อต่อรึเปล่า?  : อาจจะซื้อรีฟิลมาใช้ต่อถ้าไม่เจอตัวถูกใจกว่าถือเป็นแป้งสายปกปิด+แมต ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ขนาดปกติจะชอบแป้งแนวบางๆธรรมชาติ ยังรู้สึกชอบแป้งตัวนี้



"ทั้งนี้ทั้งนั้นการรีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราคนเดียว 
ซึ่งผลลัพธ์หรือความชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม  
ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพผิว และปัจจัยส่วนบุคคลอื่นๆ"

12.17.2559

เห่อ!! Holiday Set Lunasol Party Coffret 2016



สวัสดีค่ะ ช่วงใกล้ปีใหม่หลายแบรนด์ ที่จัดทำ Holiday Set ทั้ง สกินแคร์ เมคอัพ
บางแบรนด์ก็เป็น Limited Edition 

ที่กำลังจะพูดถึงคือเซ็ท Limited Edition ของ Lunasol 
ซึ่ง Lunasol เป็นแบรนด์ในเครือ Kanebo ค่ะ
ทุกปี Lunasol เค้าจะมีเซ็ทเครื่องสำอางออกมา ปีนี้ก็เช่นกัน 
ไปดูรีวิวใน Youtube จนอดใจไม่ไหวค่ะ



กล่องแบบนี้ สไตล์ Lunasol

ในเซ็ทประกอบไปด้วย กระเป๋ากับเซ็ทเครื่องสำอาง






LUNASOL PARTY EYES 2016
EX01 Gold Nuance Brown

อายแชโดว์ 4 สี (Limited-edition)  สีออกแนวแต่งได้ทุกวัน 
มีชิมเมอร์เล็กละเอียด กำลังดี
ปกติเราเป็นแฟน Eyeshadow ของ Lunasol อยู่แล้ว ซื้อรุ่นไหนก็ไม่เคยผิดหวัง



LUNASOL FACE & BLUSH COLOR
EX01 Ivory Pink

Face & Cheek Color (Limited-edition) 
ซ้ายสุดเป็นแป้ง ตรงกลางเป็นไฮไลท์ ขวาสุดเป็นบลัชออน
ถือเป็นพาเล็ตพกพาไปไหนมาไหนได้ค่ะ ครบครัน



LUNASOL LIPS COLOR BALM

EX01 Shiny Sheer Pink

ลิปบาล์มสีชมพูใส (Limited-edition) 
เป็นลิปบาล์มแบบมีชิมเมอร์ละเอียดๆ ทาแล้วให้ลุคใสๆ



LUNASOL SHINY PENCIL EYELINER

EX04 Soft Gold Brown

อายไลเนอร์แบบดินสอ (Limited-edition) 
ตัวนี้เนื้อไม่แมทนะคะ สีน้ำตาล มีความวาวแบบมุกละเอียด 
ทาก่อนลง Eyeshadow จะสวยมาก ได้ลุคหวานๆ ธรรมชาติ


สุดท้า

กระเป๋านุ๊ม นุ่ม ขนฟูๆ น่ารักมากๆ

ไม่ไก่กาอาราเร่นะคะ มันเลอค่า น่ารักมากๆๆๆ
ขนาดกำลังดี ใส่ไอโฟนได้เหลือๆ จุพอควรไม่เล็กไม่ให่ไปค่ะ เหมาะกับ Winter สุดๆ



จบแล้วค่ะ เรียกได้ว่าไม่ผิดหวังกับเซ็ทนี้ คุ่มค่า 
ตอบโจทย์การแต่งหน้าทุกๆวันขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ :)

2.14.2559

Review :: ไอเท็มเด็ดที่ชอบ แบรนด์อังกฤษที่ไม่ทดลองกับสัตว์ MARKS & SPENCER

สวัสดีค่ะ หายไปนานมากๆ มีสิ่งที่อยากรีวิวเยอะมาก เปิดศักราชใหม่ขอประเดิมบล็อกด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย MARKS & SPENCER แบรนด์สัญชาติอังกฤษ ที่อาจไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก ไม่ค่อยเห็นรีวิวภาษาไทย เลยอยากทำไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลค่ะ

จริงๆชอบของ MARKS & SPENCER หลายสิ่งมาก เสื้อผ้า (มีตั้งแต่ไซส์เล็กไปจนถึงไซส์ใหญ่เลยค่ะ) แต่ก็ราคาถือว่าสูงมาก เน้นซื้อตอน Sale ขนม ของกินต่างๆก็ชอบมากๆ ซื้อประจำ แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นพวกผลิตภัณฑ์ความงาม มาดูกันค่ะว่าทำไมถึงชอบ

มาประเดิมที่รูปภาพกันก่อน 



เรียงจากซ้ายไปขวา

MARKS & SPENCER Floral Collection Moisture Rich Foaming Bath Essence

สบู่เหลวอาบน้ำ กลิ่น Lavender จำราคาไม่ได้เป๊ะๆ แต่ไม่เกินห้ารอยบาทค่ะ คือปกติจะใช้สบู่เหลวเด็กน้อยทั่วๆไปค่ะ ตอนนี้ตัวนี้คือลูกรักมากๆ ปกติเฉยๆกับกลิ่นลาเวนเดอร์ ค่อนไปทางไม่ชอบด้วยซ้ำ
แต่ของ M&S นี่คือหอมแบบหอมผู้ดี ไม่ฉุน ใช้แล้วไม่เมากลิ่นทำให้แฮปปี้กับการอาบน้ำมาก แถมผิวไม่แห้งตึงด้วยค่ะที่สำคัญเลยราคาไม่แพงเกิน ปริมาณก็ได้เยอะ ใช้ได้นาน คุ้มราคาอยู่นะ

คะแนน 100/10 ไปเลยค่ะ

อันนี้เป็นข้อมูลด้านหลังนะคะ





MARKS & SPENCER Silky Talcum Powder
ราคา 275 บาท

แป้งทาตัวกลิ่น Rose หอมแบบไม่ฉุนอีกแล้ว ส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยทาแป้งที่ตัว นานๆทีจะหยิบมาใช้
แต่โดยรวมคือดีค่ะ แป้งละเอียด นุ่มๆ ดี
คะแนน 4/5







สุดท้าย MARK & SPENCERS Floral Collection Anti-Perspirant Roll-on

ราคา 210 บาท
โรลออนกลิ่น Lavender ใช้คู่กับสบู่อาบน้ำ ดีงาม คือปกติเป็นแฟนพันธุ์แท้โรลออนสารส้ม เพราะชอบที่มันไม่มีกลิ่น ถูกดีด้วย กลิ่นตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ หอมแบบไม่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง คิดว่าติดทนด้วยนะคะ ส่วนตัวเราใช้แล้วก็ไม่ได้ทำให้น้องจั๊กคล้ำแต่ประการใด ที่ชอบอีกอย่างคือไม่เหนอะแหนะค่ะ แล้วก็ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ
คะแนน 4.75/5 

ข้อมูลเพิ่มเติมดานหลังนะคะ




แต่จะบอกว่าที่ชอบที่สุดคือ แบรนด์ MARKS & SPENCER ไม่ทำการทดลองกับสัตว์ค่ะ เดี๋ยวนี้เราหาข้อมูล และหันมาใช้แบรนด์ที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์มากขึ้นค่ะ เรียกว่าดูแลตัวเอง แบบลดการเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลกเนอะ 

สิ่งอื่นๆที่ชอบก็คือการทำฉลากข้อมูลละเอียดดี ฉลากไทยมีวันเดินปีผลิตกับหมดอายุดีมากๆแล้วก็ระบุวันหมดอายุหลังเปิดใช้ด้วย สามตัวนี้หลังเปิดใช้มีอายุ 24 เดือน แพคเกจดีงามเลอค่าด้วยค่ะ ที่สำคัญคือราคาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ 

จบแล้วค่ะ ไว้วันหลังจะพยายามทำรีวิวไอเท็มที่เราชอบอื่นๆอีกนะคะ
อยากลองแฮนด์ครีมของแบรนด์นี้มาก